รัก|สาม|เศร้า

posted on 20 Jun 2008 22:49 by doxdoxchan  in movie

รัก|สาม|เศร้า - ล่มปากอ่าว!

 

http://www.deknang.com/gallery/galleries/news/last-moment_poster-r02.jpg

 

ฉันได้ไปดูหนังเรื่องนี้ สองรอบ แต่ก็ให้ความรู้สึกที่ไม่ต่างกันนัก
พูดถึงเรื่อง การอินกับตัวหนังก่อน หรือ อะไรก็ตามที่ใช้อารมณ์ร่วมกันหนัง
ตามการตลาด คิดว่าคนที่อินที่สุด น่าจะเป็นกลุ่มที่แอบชอบเพื่อน
อินกว่า ใครบางคน แต่เป็นรักสามเส้า

โอเค ฉันแอบชอบเพื่อน ฉันผ่านในการที่ต้องอิน
แต่ดูจบ ฉันไม่เห็นรู้สึกว่าฉันอินไปกับมัน และ ไม่เห็นจะเศร้าไม่เห็นจะรู้สึกอะไรเหมือนที่คาดหวังไว้
จึงถามตัวเอง เพราะว่าคาดหวังไว้เกินไปหรอ?
ก็น่าจะ เพราะถ้าคิดจะสร้างของ GTH ต้องยอมรับไว้แล้ว
เพราะพี่แก โปรโมทกันแบบสุดๆไปเลย

ผมคาดหวังไว้ มาก มากถึงมาก กับเรื่องนี้
แต่กลายเป็นแบบ กูคาดหวัง ทำไม?

ชอบมากสุด คือตอนต้นเรื่อง กับ ตอนจบ แค่นั้น
ที่ การออกแบบ
ฟ้า - มีน้ำช่วยประโลม
น้ำ - เมื่อพายุเข้า ควรปิดหน้าต่างให้เร็วที่สุด
พายุ - มีหน้าต่างไว้เพื่อมองดูท้องฟ้า
แล้วคุณเริ่มมองเห็นความงามในตัวฟ้าตั้งแต่เมื่อไหร่ // ตัดฉับ
ถ้าเป็นกู ฉากต่อไป กูจะเริ่มต้นแต่ปี 1
ถ้าอยากให้คนดูรู้สึกเข้าถึงตัวละคร รู้สึกว่าอยู่ด้วยกันมา 4 ปี
รู้สึกว่า พายุชอบฟ้า จริงๆ (แบบชอบมานาน)
กูรู้สึกแค่ว่า พายุ เพิ่งมา ชอบน้ำ ตอนน้ำขึ้นไปเต้น สาวสาวสาว เอง
เพราะช่วงเวลาปี 1 ถึงปี 4 เป็นช่วงที่กูไม่เคยเห็นมาก่อน

เหมือนมันมาเริ่มเรื่องตรงที่
ต่างคนต่างจบ แล้วค่อยมารักกันหรอ?
มันไม่ใช่ไม่ใช่หรอ?

ที่ฉันอยากได้คือ ความรู้สึกว่าทั้ง 3 สนิทกันมานานแล้ว
ไม่ใช่เพราะคำพูดหยาบที่ขยันใส่จังในบท(แต่ฉันไม่ได้ถือนะ)
แววตาที่พายุชอบฟ้าจริงๆ (น้ำเล่น ok )
ความผูกพันธ์ ความเป็นเพื่อน ที่ใช้ชีวิตร่วมกันในรั้วมหาลัยของเด็กเดค
มากกว่า การที่ออกมาสู่โลกแห่งความจริง แล้วให้ความรู้สึกเหมือน
พวกเมิง 3 คนยังผ่านอะไรกันมาไม่เยอะ ขนาดนั้น

 

   

ถ้าคนถามว่า เขาอาจจะไม่มีเวลาพอดี กับโรงก็ได้
ผมไม่เห็นด้วยอย่างแรง ทำไมหล่ะ ทีเพื่อนสนิทเขายังมีชีวิตในมหาลัยได้เลย
ตอนจบค่อยบอกรัก แล้วช่วงหลังยังมีไปทะเลได้อีกเลย (ตอนไข่ย้อยเจอนุ้ย) ชื่อนี้ป่าววะ?
แต่ แค่ รักสามเศร้า ทำไม่ได้

การแสดงที่ยังไม่ถึงที่สุดซักที
เพื่อนบางคนจะร้องไห้แล้วก็ตัดฉับ
วัตถุดิบเรื่องนี้ มาดีทุกอย่าง บท นักแสดง เพลงประกอบ(Smallroom)
แต่ คนที่นำมาผสมรวมกัน กับทำให้มันไม่อร่อย
ทำได้แค่ พอกินได้ ไม่ถึงกับท้องเสีย แต่ไม่จดจำ

หนังไม่มีเซอร์ไพรส์คนดูแม้แต่น้อย
เหมือนจงใจจะใช้สูตร 3 - 1 - 2 - 4 แต่เลือกไปผิดส่วน
ที่เปิดมาฉากแรก คนดูเดาตอนจบออกหมดแล้ว



หนังโฆษณาหน้าหนัง มากเกินไป ทั้งๆที่ตัวหนังหมดไปกับการโฆษณา
เกือบ 70 % อีก 30 นับว่าเป็นฉากที่น้ำโดนกระทำ แค่นั้น จริงๆ
ทำให้คนดูเดาทางออกหมด ว่าควรเป็นไปตามยังไง
กูว่า สู้ทำเป็นหนังเลสเบี้ยน เลยดีกว่านะ พูดจริง

ขอเชิญให้ใครก็ได้มา รีเมค เรื่องนี้ที!!

แล้วอีกอย่าง ถ้าอยากดูเรื่องนี้ แนะนำให้ดูแค่ ทีเซอร์ หรือ ไม่ก็ mv
มันก็เหมือนดูเกือบจบแล้ว จริงๆ

 

ปล. ดูแล้ว คิดถึงพี่โจ้ วง พอส มากกว่าเศร้าเพราะรักเพื่อนอีก

/ ส่วนตัวชอบโปสเตอร์แบบที่เอามาใช้มากกว่าอีกแบบ เพราะแบบนี้มันกินใจดี  

The Other Boleyn Girl

posted on 18 Jun 2008 22:59 by doxdoxchan  in movie

The Other Boleyn Girl

 http://friendsofdoom.com/gz/img/post/movies/2007-11-15-BoleynGirl_poster.jpg

 

คุณเคยคิดจะศึกษาประวัติศาสตร์อย่างจริงจังบ้างมั๊ย?
ถ้าประวัติศาสตร์ชาติไทยเราอาจจะเคยเรียนในวิชาตอนม.ต้นมาบ้าง
แต่ประวัติศาสตร์ของชาติอื่น เช่น อังกฤษ หล่ะ
ฉันมั่นใจว่ามีน้อยนักที่รร.ในไทยจะสอนประวัติศาสตร์ชาติอื่น(ที่ไม่ใช่ชาติตัวเอง)
ได้ลึกซึ้งเท่าชาติตนเอง จริงๆ

ถ้าอยากจะศึกษาประวัติศาสตร์ไทยแบบเป็นภาพยนตร์แนะนำให้ดู
พระนเรศวร สุริโยทัย ที่เหมือนเป็นเรื่องจะเชื่อมต่อกันได้ดี
แต่ถ้าอยากจะศึกษาประวัติศาสตร์ราชวงศ์อังกฤษหล่ะก็
ขอแนะนำให้ดู Elizabeth the Golden Age เพราะนอกจาก Costume จะออสการ์แล้ว
หนังอยากกระตุ้นให้เราสนใจที่เมื่อดูจบจะไปศึกษาค้นหาต่ออีกว่า
ตกลงราชวงศ์อังกฤษมันยังไงกันแน่?

ก่อน Elizabeth the Golden Age แนะนำให้ดู The Other Boleyn Girl
ถ้าอังกฤษทำ boxset หนังประวัติศาสตร์ตัวเองได้ คงเจ๋งไม่น้อย
เพราะถ้ามาทำหนังที่เอาแต่สู้รบมันคงน่าเบื่อน่าดู
แต่เมื่อมีเรื่องฉาวภายในราชสำนักเข้ามาเกี่ยว คนก็คงอยากรู้อยากเห็น
และเรียนรู้เพิ่มขึ้นเพราะอยากเสือกต่อว่าต่อไปมันเป็นยังไง
เพราะเรารู้อยู่แล้วว่าต่อไปมันเป็นยังไงนั่นสินะ

The Other Boleyn Girl กล่าวถึงครอบครัว Boleyn
ที่มันเหมือนจะผิดมาตั้งแต่ต้นแล้วว่า ฝ่ายแม่เป็นเชื้อพระวงศ์
แต่ยอมทิ้งศักดินามาเพื่ออยู่กับพ่อ
แต่พ่อเป็นคนทะเยอะทะยานใฝ่หาแต่อำนาจ คิดจะกั๊กลูกสาวคนโตที่สวยไว้
เพื่อจะได้มีอำนาจเมื่อลูกสาวแต่งงาน

เรื่องนี้ทำให้มองได้ว่า สมัยก่อน การแต่งงานเป็นเรื่องที่สำคัญจริงๆ
ที่ความฝันสูงสุดของผู้หญิงคือการแต่งงานกับสามีที่มีเกียรติสูงๆ
ยิ่งถ้าเป็นสนมของคิงแล้วหล่ะก็ไม่ต้องพูดถึง

The image “http://l.yimg.com/img.movies.yahoo.com/ymv/us/img/hv/photo/movie_pix/columbia_pictures/the_other_boleyn_girl/_group_photos/natalie_portman1.jpg” cannot be displayed, because it contains errors.

เมื่อตัวพ่อกั๊กลูกสาวไว้ และรู้อีกว่า คิงไม่สามารถมีรัชทายาทได้เลยจะหาสนม
ก็เสนอลูกสาวคนโต แอนน์ ไป เพราะคิดว่าสวยเหมาะ
แอนน์เป็นคนมักใหญ่ใฝ่สูงอยู่แล้ว ยินดีด้วยซ้ำที่จะทำ
แต่แอนน์เข้าใจผิดคิดว่า การที่ผู้หญิงแสดงความแกร่งของตนออกมาเป็นเสน่ห์
แต่ความจริงแล้วสมัยก่อนนั้น อาจจะไม่ใช่เสน่ห์ จึงถูกน้องสาว แมรี่
แย่งคิงไปเห็นๆ ทั้งๆที่น้องสาวมาทีหลังไม่ได้รับเลือก มีสามีอยู่แล้ว และแอ๊บเนียนแย่งไปซะงั้น

The image “http://www.mono2u.com/fileupload/content/the_other_boleyn_girl/the_other_boleyn_girl5.jpg” cannot be displayed, because it contains errors.

การมั่วในราชสำนึกจึงเกิดขึ้น
แมรี่เป็นสนมคิง มีลูกชาย แต่ตามธรรมเนียม คนท้องต้องเก็บตัว
แมรี่จึงโดนเก็บตัวไม่ได้พบคิงนานมาก ทั้งๆที่คิงทะนุถนอมแมรี่ซะเต็มประดา
มันประจวบกับที่ แอนน์ที่ถูกส่งตัวไปฝรั่งเศสกลับมาอังกฤษ
เพราะพ่อเรียกให้ไปรับใช้คิงอีกทีระหว่างที่แมรี่เก็บตัวอยู่
แต่ด้วยความที่ไปเรียนมาจากฝรั่งเศส ผู้หญิงที่มีความมั่นใจ มีเสน่ห์มัดใจชาย
และศิลปะแห่งอิสตรี(คือไม่ยอมให้ใครได้ผัวไปครอง) ทำให้แอนน์มัดใจคิงไว้ได้

แอนน์ได้สั่งสมเล่ห์มาจากฝรั่งเศสว่า ถ้ายอมมอบกายให้คิงง่ายๆจะโดนทิ้ง
เหมือนดั่งที่เขาบอกว่า อะไรที่ได้มาง่ายจะเสียง่าย อะไรที่ได้มาจากจะเสียยาก
แอนน์เล่นตัวอยู่อย่างงั้นทำให้คิงรู้สึกถึงการที่อยากเอาชนะ
จนยอมเสียอะไรไปมาก ตั้งแต่ ถอดมเหสีแคทเทอรีน(สเปน)ออก เป็นปรปักษ์กับศาสนา
และเปลี่ยนมาเป็นศาสนาแบบอังกฤษจนทุกวันนี้ เพียงเพื่อ แอนน์

มันแปลกดีที่คนสมัยก่อนยอมทำอะไรทุกอย่างได้เพื่อ การมีเซ็กซ์(กูคิดงั้นนะ)
ลองคิดสิว่า ผู้หญิงสมัยก่อนเกิดมาทำอะไรบ้าง
โตขึ้นมาสวย แต่งงานมีลูก จบ ชีวิต ดูไม่ค่อยมีคุณค่าเลยเมื่อเทียบกับชาย
หญิงวันๆคิดแต่ว่าสามีจะรักมั๊ย จะมีลูกชายให้มั๊ย มากกว่าเรื่องอื่น
ตรงกับข้ามกับสมัยนี้ดี :]

เมื่อแอนน์ได้เลื่อนเป็นราชินี ตรงข้ามกับ คิงไม่พอใจในตัวแอนน์แต่ยอมเพราะทำลงไปแล้ว
ราชินีองค์เดิมถูกถอด คนมองแอนน์เป็นแม่มด แอนน์ท้อง ดันได้ลูกสาว คือ อลิซาเบธ ในอนาคต!!
แอนน์ต้องได้ลูกชาย แอนน์แท้ง แอนน์ต้องได้ลูกชาย แอนน์ยอมมีอะไรกับน้องชาย
แอนน์โดนคนอื่นเห็น แอนน์โดนประหารทั้งๆที่ความจริงไม่ได้มีอะไรกับน้องชายจริงๆ

เรื่องมันจบที่ว่า 3 พี่น้อง
แอนน์ - ลูกสาวคนโต ใฝ่สูงมากไป จนสุดท้ายถูกตัดคอตายเพราะกบฎ
แมรี่ - ลูกสาวคนรอง ท้องกับคิงแต่เป็นลูกนอกสมรส ชีวิตคู่พังแต่ยังดีที่ตอนสุดท้ายชีวิตคู่ยังดี
จอร์จ - ลูกชายคนเล็ก โดนพ่อบังคับแต่งงานกับผู้หญิงที่ไม่ได้รักเพื่ออำนาจ รักพี่สาว ยอมพี่สาว จนถูกคนคิดว่ายอมมีอะไรกับพี่สาว จนโดนประหารตาย

ครอบครัวนี้ถ้ามีชีวิตอยู่ตามปกติที่ชนบท
บางทีอาจจะมีความสุขเมื่อไม่เข้ามาในราชสำนักก็ได้นะ

วิเคราะห์แอนน์หน่อยเถอะ!

The image “http://l.yimg.com/img.movies.yahoo.com/ymv/us/img/hv/photo/movie_pix/columbia_pictures/the_other_boleyn_girl/natalie_portman/boleyn2.jpg” cannot be displayed, because it contains errors.

แอนน์ - เรื่องนี้แอนน์ถูกมองว่าเป็นตัวร้าย
แต่ถ้าลองมองในมุมของแอนน์ จริงๆแล้วแอนน์เหมือนถูกโยนคำว่า ตัวร้าย
ใส่โดนที่เจ้าตัวอาจจะทำบ้างไม่ทำบ้าง
ถ้าเราลองเป็นแอนน์ ทั้งๆที่เราสวยกว่า น้องสาวเราก็แต่งงานแล้ว
เราถูกเลือกให้เป็นสนมคิงโดยพ่อ และน้าในราชสำนัก
เราแค่ทำตามที่เราอยากทำคือล่ากวาง คิงมันเสือกตามมาเอง กุไม่ได้ขอ
กลายเป็นว่าเราผิด เราทำคิงเจ็บ น้องสาวเราดูแลคิง แล้วมันก็แอ๊บได้ไปซะงั้น

อ้าว กูโดนแย่งคิง จากเดิมที่ต้องเป็นของกู
น้องสาวเข้าวัง กูโดนเข้าไปด้วย ไปมาๆ กูโดนไล่ไปอยู่ฝรั่งเศส
ต่างบ้านต่างเมืองซะงั้น อ้าวกูกลับมา
กูเรียนรู้จากฝรั่งเศสว่าอะไรควรทำอะไรไม่ควรทำ
กูอยู่ของกูดีดี กูแค่กลับมาทวงคิงของกูคืน
แต่กูไม่เหมือนแมรี่นะที่ยอมคิงง่ายๆแล้วมีลูกเลย
กูค่อยๆอย่างฉลาด คิงเสือกหน้ามืดยอมกูเอง
ชีวิตผู้หญิงเราใครอยากเป็นเมียน้อยหล่ะ
ถ้ามีโอกาสก็อยากเป็นเมียหลวงสิ กูก็เป็นของกูงี้
กูได้เป็นเมียหลวง เข้าผัวเกลียดกูซะงั้น ทำก็ท้อง
กูเสือกได้ลูกสาวอีก อ้าว แล้วผัวกูไม่ยุ่งกับกูเลย
ถ้ากูไม่ได้ลูกชายกูตายแน่ กูเสือกเป็นมเหสีในสมรสคนเดียวอีกไง
ใครๆก็คาดหวังกดดันกับกู น้องสาวก็หนีไปแล้ว

ถ้าคุณมาถึงขั้นนี้คุณจะทำยังไง
ถ้าหลงผิดแบบแอนน์ก็คงมีอะไรกับน้องชาย
แต่แอนน์เลือกที่จะไม่มี สุดท้ายเรื่องผิดๆไปรู้ถึงคิง(ที่ไม่ชอบกูเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว)
กูโดนประหาร ไม่มีใครเชื่อกูซักคน
น้องสาวที่ชักนำกูเข้าวงการ พ่อกู น้ากู ไม่แยแสกูเลย
น้องสาวบอกว่ากูจะไม่โดนประหาร กูโดนประหาร

ชีวิตแอนน์น่าสงสารนะกูว่า พูดจริงๆ
เพราะความจริงแล้วเขาก็คือผู้หญิงธรรมดาทั่วไปที่อยากมีเกียรติ
แต่งงานกับคนดีๆตามแพทเทินทั่วไปของสาวอังกฤษ
เพียงแค่ สิ่งรอบข้าง มันทำให้เขาผิด เขายอมทำผิด

นอกจากนั้นยังมีตัวพ่อ ที่บ้าอำนาจเกิน คิดว่าความสุขคือยศถาบรรดาศักดิ์
น้า ที่ใช้ครอบครัว Boleyn เป็นสะพานไปสู่อำนาจ
น้องสาว (แมรี่) ที่ดูภายนอกเหมือนคนดี แต่จริงๆแล้วมันยังไงก็ไม่รู้

The image “http://www.bbc.co.uk/wiltshire/content/images/2008/03/05/boleyn_00250_470x350.jpg” cannot be displayed, because it contains errors.

ตัวหนัง กูไม่ชอบบางตอนที่แอบน่าเบื่อ
แต่ก็ต้องมีเพราะไม่งั้นมันไม่ติดต่อ
ภาพบางภาพใส่ฟิวเตอร์เยอะเกิน แต่งสีซะ
ฉากจะเครียดก็ทำซะเครียด
ฉากไหนเบาก็เบาเบลอไปเลย
ดูแล้วมันไม่มีไคลแมกซ์ หรือทุกอย่างกองรวมไว้ตอนจบ
อิริค บานา เข้ามาแล้วไม่ดูเหมือนเป็นคิง ดูไม่สง่า+ยิ่งใหญ่
เมื่อเทียบกับ มเหสีสเปน นั่นดูสง่ากว่าอีก
นาตาลี ก็เล่นเจ๋งดี แต่อยากให้นาตาลีกับสเกเล็ตสลับบทกัน
คงจะมันส์กว่านี้ นอกนั้นก็โอเค อยากให้ไปดูเพราะแค่ 2 ดารานำเจอกัน
ก็น่าจะคุ้มแล้ว :]




Kung Fu Panda

posted on 18 Jun 2008 22:38 by doxdoxchan  in movie

 

Kung Fu Panda


http://blogs.indiewire.com/lincoln/archives/kung_fu_panda_poster.jpg

 

โป เป็นแพนด้าอ้วน ที่ชอบเรื่องกังฟู มากจัง
วันหนึ่ง ไท่หลาง หลุดออกมาจากคุก
ทำให้สำนักฝึกต้องหา dragon warrior (นักรบมังกร)
มาเพื่อปราบไท่หลาง ที่เคยเป็นศิษย์เอกของอาจารย์ในสำนักซะเอง
และบังเอิญ(ที่ไม่มีความบังเอิญ) โป กลายเป็นนักรบมังกร
โดนจับพลัดจับผลูต้องมาฝึกวิชา ทั้งๆที่อ้วนซะขนาดนั้น

http://cache.gawker.com/assets/stills/Kung_Fu_Panda.flv.jpg

เนื้อเรื่องเบสิคสุดๆเหมือนกับเราดูหนังกำลังภายใน
ที่แบบพระเอกมักไม่เก่งแต่ถูกเลือกแล้วสุดท้ายก็จะเป็นผู้ยิ่งใหญ่
แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด ของการก้าวขึ้นไปถึงจุดนั้น คือ การเริ่ม
ถ้า โป ไม่เริ่มที่จะฝึก หรือ อาจารย์โปไม่คิดที่จะเชื่อในตัวโป
มันก็จะไม่มีทางสร้างนักรบขึ้นมาได้อย่างแน่นอน

จากเนื้อเรื่องที่เบสิคแต่เป็นกังฟูฝรั่งที่ดูเหมือนเนียนไปกับหนังจีนมาก
ทำให้นึกถึง Forbidden Kingdom ที่เหมือนกับฝรั่งสนใจในวัฒนธรรมจีน
และคิดจะทำหนังกำลังภายในบ้าง และทำการบ้านมาดี ทำให้เราดูไม่ขัดใจ
และอินไปกับมันได้อย่างลงตัว

ฉันชอบประโยคหลายๆประโยคที่ช่วยสอนเราได้มากในเรื่องนี้
ฉากหน้าที่ดูเหมือนหนังแอนนิเมเด็กๆ แต่สอนข้อคิดอะไรไว้ให้เราเยอะเหมือนกัน
เช่น Yesterday is History, Tomorrow is Mystery, Today is a gift that is why its is called 'Present'
ประโยคนี้ ฉันก็เพิ่งรู้เหมือนกันว่าทำไมเขาถึงเรียกว่า Present แต่มันเจ๋งจริง
ที่นำเอาคำสอนของฝรั่งมาใช้กับหนังการ์ตูนได้อย่างเหมาะและเข้ากันด้วย
รวมทั้ง ข้อคิดที่ ให้เชื่อว่ามันจะเป็น การที่คัมภีร์มังกรหรือสูตรน้ำซุปมันไม่มีอะไรอยู่แล้ว
แต่เรากลับเชื่อว่ามันพิเศษ ทำให้คุณค่าในตัวของมันเองพิเศษมากขึ้น
ทั้งๆที่มันก็ไม่ได้ต่างอะกับธรรมดา เพียงแค่เรา เชื่อ ว่าเป็นสิ่งพิเศษ :]

นั่นทำให้นึกถึงเรื่อง My Blueburry Nights ที่ Norah Jones ถามว่า
What’s wrong with bluberry pie ?ทั้งๆที่ความจริงแล้วบลูเบอร์รี่พายไม่ผิด
ขายไม่ได้ ไม่ได้แปลว่าไม่ดี แต่แค่คนมองไม่เห็นค่าของมันต่างหาก
Kung Fu Panda ก็เหมือนกันกลับกันที่ คัมภีร์มังกรถูกมองเห็นค่ามากเกินไป
ทั้งๆที่จริงมันไม่มีอะไรเลย แต่เราเชื่อไปเอง (เข้ากับ The Secret มาก)

ทางด้านภาพ ชอบกราฟฟิคที่ในตอนต้นเป็น 2D แล้วเปลี่ยนเป็น 3D ตอนฉากฝัน
มันเป็นอะไรที่เนียนมากและตัดได้เจ๋งจริง พร้อมกับตัวหนังยังสลับทั้ง 2D and 3D ได้อย่างลงตัว
และมีการ flashback ย้อนอดีตไปทำได้เนียนพร้อมภาพที่ค่อยๆจางลง
ทำได้น่ารักมาก ส่วนฉากต่อสู้ตอนแย่งซาลาเปานั้น เกินบรรยายจริงๆ ทำได้สุดยอด

อยากแนะนำให้ไปดูมาก เพราะไม่ผิดหวัง
แค่เริ่ม title ของ Dreamwork ก็โคดเจ๋งแล้ว เป็นการ created แบบมี chinese culture ในตัวมาก
ส่วนฉาก credit ก็เจ๋งเช่นกันที่ทำเป็น 2D

 http://www.kzone.com.ph/blog/wp-content/uploads/2008/01/kung-fu-panda-1.jpg

แนะนำให้ไปดูทั้งผู้ที่รักหนัง รักการ์ตูน รักหนังจีน
และรักที่จะเรียนดีไซน์ สนุกมาก :]

โดยส่วนตัวชอบคาแรคเตอร์อาจารย์เต่ามาก
ทำออกมาได้น่ารักและเท่ชะมัด ดูน่าเกรงขาม
ส่วนตัวอื่นก็สร้างคาแรคเตอร์ออกมาได้เด่นชัด
โป - ที่เหมือนแต๊บ V3 อ้วนกินแต่จริงจัง(บ้าง)
อาจารย์ฉีฟุ่ - ที่เหมือนอาจารย์ที่ดูใจร้ายแต่จริงๆแล้วรักลูกศิษย์
5 เทพอะไรนี่แหละ - ดูไม่ค่อยชัดเจนเท่าไหร่แต่ชอบ นกกระเรียนที่สุด
ส่วน ชาวเมือง พ่อโป ไท่หลาง ก็ทำออกมาได้น่ารัก จริงๆ





 

สะบายดี หลวงพะบาง

posted on 18 Jun 2008 22:28 by doxdoxchan  in movie

สะบายดี หลวงพะบาง

http://www.deknang.com/gallery/galleries/news/sabaidee_poster03.jpg

 
ดูตั้งแต่วันแรกที่เข้า
ถ้าใครคิดจะดูหนังรัก หักเหลี่ยมปม
หรือเรื่องราวที่ดำเนินไปได้เร็ว
หรือแม้แต่ คิดจะดูหนังรักโรแมนติก น้ำตาไหล

ก็ไม่ใช่เลย

หนังดำเนินเรื่องไปด้วยความเรียบง่ายๆ
แบบวิถีชีวิตของคนลาวดีแท้ ค่อยๆเป็นค่อยๆไป
ค่อยๆซึมซับประเพณีลาวทีละเล็กละน้อย
การรำในงานแต่งงาน การเชื่อใจคนขับเรือ
อะไรก็ตามแต่ ที่ล้วนดูแล้ว อบอุ่นใจนัก

ทำให้กลับมาคิดว่า การที่ลาวเป็นแบบนี้ก็ดีแล้วนะ
อะไรที่เป็นแบบชาวบ้าน ใช้ชีวิตแบบมีความสุขไปวันๆ
ไม่ดิ้นรนอะไรต่ออะไร มันก็สบายใจแล้ว
เหมือนกรุงเทพมันเร็วเกินไปจริงๆ

เปรียบพระเอกเป็นซิมโบลของคนกรุง
ที่เมื่อคิดถึงลาวจะ อะไรเนี่ย ให้ไปทำไม
เหมือนกับการที่มีชีวิตอยู่แต่ความเป็นเมือง
ทำให้เมื่อจะกลับไปสู่ชีวิตแบบชนบทมันดูยากลำบากทันที
แต่เมื่อลองมาทำ มันก็มีความสุขและหลงรักมันก็ได้นะ

เปรียบนางเอกเป็นซิมโบลของคนชนบท
ที่มีชีวิตอยู่ที่ลาว ก็พอใจในประเทศตนเอง
ภูมิใจในประเทศตนเองถึงขนาดเป็นไกด์
และเมืองไทยอยู่ใกล้แค่นี้เอง แต่ก็ไม่คิดจะข้ามมา
เพราะมีชีวิตอยู่แบบนี้มันก็สบายใจดีแล้ว

บางทีความสุขที่แท้จริงมันอาจจะไม่ได้มาก
ความรวย ความทันสมัย ที่เพียงแค่ยกระดับให้ดีขึ้น
เหมือนมนุษย์เองแหละเป็นคนขีดเส้นกั้นความทันสมัยกับความล้าหลังเอง

ทางด้านภาพ ไม่ต้องหวังจะได้ภาพที่สวย
หลายมุมมีนักวิจารณ์ว่าไม่สวยกันมาเยอะ
แต่ก็ไม่ได้ทำให้ตะขิดตะขวงใจนัก ก็พอดูได้

ถ้าคิดว่าจะดูในโรงตอนนี้อาจจะสายไป
แนะนำให้ดูแผ่นมากกว่า
แต่ดูจบแล้วอยากขึ้นเขาไปลาวชะมัด!

Iron Man

posted on 11 May 2008 22:04 by doxdoxchan  in movie



IRON MAN

 

http://i281.photobucket.com/albums/kk235/doxdoxmovie/IronMan_1.jpg



แรกเริ่มเลย ฉันไม่ค่อยชอบหนังซูเปอร์ฮีโร่ซักเท่าไหร่
เพราะรู้สึกได้ว่ามันต้องเป็นอะไรที่น่าเบื่อ สู้กันทั้งเรื่อง
แต่หลังจากดู spiderman 2 แล้วกลับพบว่าสนุกมาก
เหมือนตัวเองได้กลับเป็นเด็กๆที่ยังชื่นชมฮีโร่และมีความฝันอยู่ทุกวันนี้

แต่หลังๆก็ไม่ได้สนใจหนังฮีโร่เพิ่มขึ้นเท่าใดนัก
และได้ดู spiderman 3 ก็ถือว่าโอเคในระดับหนึ่งที่ประทับใจสู้ 2 ไม่ได้

เพื่อนได้ไปดู IRONMAN มาแล้วบอกว่าสนุกมาก
คล้ายๆ Tranformer เลย
ก็ทำให้อยากดู ประจวบกับไม่มีอะไรดู (เพราะหนังช่วงนี้เนือยๆนะ)
กลับพบว่า

สนุกมากกกกกกกกกกก !!

เป็นการดูที่ไม่ต้องใช้ความคิดและทำให้เราประทับใจได้
ว้าว มันช่างสุดยอด และอยากเป็น โทนี่ สตาร์ก มาก (เพราะรวย 5 55)

Iron man เป็นฮีโร่ที่เกิดจากมือของมนุษย์เอง
ซึ่งมันเป็นประเด็นหลักของเรื่องและเป็นฮีโร่ที่ดูแปลกไปสำหรับค่าย marvel
ที่ส่วนใหญ่มักจะได้รับพลังพิเศษจากสัตว์ จากต่างดาว นู่นนี่ไป
แต่ โทนี่ สตาร์ก ได้สร้างมันจากมือและมันสมอง โดยไม่ได้พึ่งพลังพิเศษแต่อย่างใด
มันเหมือนกับความพยายามของคนเราที่ถ้าอยากเป็นก็ต้องทำเอง
ไม่ใช่รอแต่พลังพิเศษที่จะได้เป็นฮีโร่
หนังฮีโร่ทั่วไปจะเน้นแค่ ปกป้องโลก ช่วยคน แต่ Iron man เล่นประเด็นมากกว่านั้น
เน้นถึง สงคราม ความจริงของมนุษย์
ถ้าคนที่คาดหวังจะดูความเว่อร์ ก็คือเว่อร์ในระดับหนึ่งแต่ไม่ใช่ทั้งหมด
หนังมีความจริง เหตุผลมารองรับว่าทำไม โทนี่ ถึงต้องการเป็น Iron man
และประเด็น จิตก้นบึ้งของมนุษย์ เมื่อเราเข้าสู่ความศิวิไลซ์ (civilization) มากขึ้น
ก็อาจจะทำให้เรากลายเป็นคนละโลกกับเพื่อนมนุษย์อื่น

http://i281.photobucket.com/albums/kk235/doxdoxmovie/iron_man_movie_tonystark_first_look.jpg

โทนี่ ที่ไม่เคยเข้าใจชีวิตของคนอื่น คิดว่าการทำอาวุธของเค้าเพื่อสร้างสันติภาพแก่โลก
แต่เมื่อผู้ก่อการร้ายจำตัวก็ได้รู้ว่า แท้จริงแล้วตัวเองไม่ได้สร้างสันติภาพแก่โลก
แต่กลายเป็นว่ายิ่งเพิ่มความเลวร้ายให้โลกมากขึ้น
อาวุธที่คิดว่าจะช่วยทหาร ช่วยคน กลายเป็นไปตกอยู่ในมือของผู้ก่อการร้าย
สิ่งที่ทำมาทั้งหมดสูญเปล่า จิตใจก้นบึ้ง รู้ทันทีว่าสิ่งที่ตัวเองทำมาเกือบครึ่งชีวิตนั้นกลายเป็นสิ่งผิด
ด้วยความอยากแก้ตัว เขาจึงได้สร้าง Iron man ขึ้น

ดังนั้น ถ้าตอนนี้ยังไม่ได้ดู ก็อยากให้ดูกัน
แล้วจะพบว่า โอ้ล เทคโนโลยี ช่างเจ๋งจริงๆ

แต่ถ้า คนชอบ เทคโนโลยี คอมพิวเตอร์ ความรวย ฮีโร่
ต้องไปดู แน่นอน (ถ้าชอบ Tranformer ก็ต้องยิ่งไปดู)
คาดว่า มนุษย์คงสร้างเทคโนโลยีแบบในหนังให้ออกสู่โลกแห่งความจริงในไม่ช้านี้

ดูจบแล้วรู้สึกเสียใจนิดนึงที่ช่วงม.ปลาย ทำไมไม่ตั้งใจเรียนฟิสิกส์
นี่สิ นักวิทยาศาสตร์ วิศวะ ของแท้ !!

ขอชม Robert Downey Junior ด้วย สร้าง คาแรคเตอร์โทนี่ได้น่าจดจำจริงๆ

Logo STARK industries เท่มากๆ :]

Stark Industries Logo

 

 

 

Credit

ironmanmovie.marvel.com/       เวบ Official
iannnnn.com              อ้างอิงเทคโนโลยี
ถ้าอยากรู้อะไรเพิ่มเติม
เกี่ยวกับ marvel  
http://www.showded.com/myprofile/mainblog.php?user=doxdoxchan&jnId=36024
และ โครงการ The Avengers (รวมฮีโร่ของ Marvel)
http://www.jediyuth.com/index.php?option=content&task=view&id=3412
 

http://i281.photobucket.com/albums/kk235/doxdoxmovie/avengersheader.jpg

Tokyo Tower - Mom & Me, and sometimes Dad

posted on 29 Apr 2008 22:25 by doxdoxchan  in movie

Tokyo Tower - Mom & Me, and sometimes Dad




หนังญี่ปุ่นกูรู้สึกได้ว่า หลายเรื่องที่ไปดู มันจะมีกลิ่นอายอะไรซักอย่างที่เป็นญี่ปุ่นอยู่
โดยที่คนดูมักจะไม่รู้สึกตัว แต่ สามารถรับรู้ได้ว่ามันคือหนังญี่ปุ่น
หลายเรื่องที่มักจะสะท้อนชีวิตชนบท คนย้ายที่อยู่เข้าสู่กรุงโตเกียว
เพื่อมาทำงาน เพื่ออนาคต การเรียน อะไรก็ตาม
หนังญี่ปุ่นหลายเรื่องมักจะสื่อถึงวัฒนธรรมของชาติตนเองได้อย่างดี ได้อย่างแนบเนียน
ที่ทำให้เราลึกซึ้งกับวัฒนธรรมตามไปด้วย

แต่ที่กูไม่ชอบคือสำเนียงเค้าหว่ะ 55 5 มันดูแปลกๆ แล้วแบบหน้าตาต้องอ้าปากกว้าง

กูดูเรื่องนี้จบ ช่วงหนึ่งชม.หลังจากนั้น
เข้าใจตัวเองว่าทำไมร้องไห้ แต่หลังจากนั้น กุร้องเพื่อ?
คนดูเรื่องนี้ส่วนมาก จะได้ความซึ้งแบบอิ่มเอิบอบอุ่น (อ.อ.อ.อ.) อะไรก็ว่าไป
กูรู้สึกได้นะ ถึงความรักความปรารถนาดีของแม่ที่มีต่อลูก
แต่แบบที่ร้องไห้เพราะ แม่ในเรื่องนี่หน้าเหมือนแม่กูมาก
หยั่งกะกูไปเป็นลูกเฝ้ารพ. พ่อแยกทาง แม่เป็นมะเร็ง ชีวิตรันทดมาก
แถมลูกเรียนอาร์ตอีก ชีวิตกูรึเปล่าเนี่ย? 

 

ลูกชาย

จากเด็กชายที่ครอบครัวแยกทาง เด็กที่ยังไม่ประสีประสา
แม่ต้องไปดูตัวกับผู้ชายคนใหม่ เมื่อจำความได้ก็รู้ว่า อยู่กับแม่แค่ 2 คนมาตั้งแต่ 3 ขวบ
เมื่อขึ้นม.ปลาย ก็ต้องเดินทางเข้าเมืองหลวง จากแม่ที่เป็นคนเลี้ยงดูคนเดียวตั้งแต่เกิดมา
มาอาศัยอยู่ในเมืองหลวงคนเดียว มีพ่อช่วยนิดๆหน่อยๆ แต่ก็ไม่ได้ถึงกับพึ่งได้
จากเด็กชายบ้านนอกสู่เมืองหลวง แสงสีความฟุ้งเฟ้อก็เข้าได้ง่าย
ขนาดเราเป็นเด็กกรุงเทพอยู่มาตั้งนานยังติดกันเลย แล้วว่าอะไรกับตัวลูกชายที่ไม่คิดอยากลอง
ช่วงวัยรุ่นเป็นช่วงที่อยากรู้อยากเห็นไปซะทุกอย่าง
อยากรู้ว่าสูบบุหรี่ กินเหล้า มันจะดีเหมือนที่เค้าติดกันหรอ?
เที่ยวผู้หญิง มีแฟนขอคบ มันจะมีความสุข สนุกบ้างมั๊ย?
ความอยากรู้อยากลองไม่ผิด กูไม่เคยรู้สึกว่าลูกชายผิดที่ผลาญเงินแม่ไปกับการรู้
แต่รู้สึกว่าลูกชายผิดที่เมื่อได้ลองแล้วกับใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยไปกับกิเลสพวกนี้
วันๆทำตัวขี้เกียจ นอนติดหนี้ติดสิน  ผลาญเงินแม่ไปวันๆ เรียนไม่จบ
ขนาดคุยโทรศัพท์กับแม่ยังมีสาวมานอนข้างๆ (ตอนแรกกูใช้คำว่า กก เดี๋ยวมันดูเกินไป)  

เมื่อกลับบ้านนอกอีกครั้งก็ได้พบแม่ และพบว่าสมบัติที่มีค่าชิ้นเดียวของแม่
คือใบปริญญาของตน มันคงจะฮึด เพื่อแม่ หรือ ฮึดเพื่อปัญหามาจุดตูดแล้วก็ตาม
แต่ลูกชายก็ทำหน้าที่ลูกได้ดี (เมื่อคิดได้) แต่เป็นผู้ถูกดูแลมากกว่าเป็นผู้ดูแล

ด้านนักแสดง - ตอนม.ต้นหล่อมาก เลือกคนที่หน้าแบบ ตั้งแต่เด็กจนถึงม.ปลายมาได้เหมือนจริงๆ
แต่ตอนโตเป็นผู้ใหญ่ดูเซอร์อาร์ตติสท์มากค่ะ ดูมันแหวกออกไปจากเด็กที่ดูเรียบร้อย
แต่โอเคดูแล้วไม่แปลกแยกนัก



แม่

หญิงสาวที่ช่วงวัยรุ่นก็ทำตัวเสเพลเหมือนกันแหละ ดูจากสูบบุหรี่ ใจง่ายกับพ่อเที่ยวกลางคืน
แต่เมื่อมีความเป็นผู้ใหญ่ มีภาระมากขึ้น และ ชีวิตสมรสไม่สมหวัง
ภาระทุกอย่างก็ตกอยู่กับเธอ แต่เธอก็โอบอุ้มทุกอย่างเอาไว้ได้
สิ่งที่โอบอุ้มอาจจะออกนอกลู่นอกทางบ้างแต่ก็ไม่ได้ตกออกหมด เธอก็ยังประคองเอาไว้ได้ตลอดรอดฝั่ง

แม่เป็นคาแรคเตอร์ที่ ดีแสนดี ให้ลูกทุกอย่าง ปรารถนาดีต่อลูก
ซึ่งไม่ได้มีมุมที่แบบโกรธใครในใจ ทุกอย่างทำเพื่อลูกอย่างเดียว
กูซึ้งกับบทของคนนี้จริงๆ

ถ้าชีวิตคนเรา ชีวิตคู่ก็แย่ แม่ก็จะตาย แถมลูกชายก็ยังต้องไปเรียนในเมือง
ตัวเองต้องทำงานร้านอาหารเก็บเงินให้ลูกชายไปผลาญแล้วกลับมาบอกว่าเรียนไม่จบ
แม่ทั่วไปอาจจะ โกรธนิดหน่อย แต่คาแรคเตอร์แม่ตัวนี้ กลับส่งเสริมให้ลูกเรียนให้จบให้ได้

กูชอบที่นอกจากจะดราม่าซึ้งแล้ว คาแรคเตอร์แม่ยังมีมุมที่มีความสุขกับสิ่งเล็กๆน้อยๆ
เต้นคัตโตจัง (ไอที่ใส่หน้ากากจมูกโตๆ) หรือ เล่าชีวิตรักตอนวัยรุ่นให้เพื่อนลูกฟัง
ดูเขาเป็นคนแก่ที่มีความสุข และ อดทนทำทุกอย่างเพื่อลูกได้จริงๆ

ด้านนักแสดง - ชนะเลิศกูเลยค่า น้ำตาพรั่งพรูค่า หาคนหน้าเหมือนแม่กุมากค่า
ตามหลักวิชาการคือ ตอนแม่ยังสาวกับแม่ตอนแก่ก็รับไม้ส่งกันได้ดีเหมือนกับว่าเป็นคนๆเดียวกัน
(ทำให้กูนึกถึง atonement อันนั้นก็เจ๋ง) แต่แม่ตอนแก่แอบมีอารมณ์ขันมากกว่านะ 55 5



พ่อ

ตามหลักแล้ว ในสายตาของละครไทย พ่ออาจจะเป็นตัวร้ายที่ทิ้งลูกทิ้งเมียเอาไว้
แต่หนังเรื่องนี้คือ Realistic พ่อก็ยังไม่ได้ไปไหน ยังคงช่วยลูก
เหมือนกับชีวิตจริงที่พ่อจะได้เจอลูกบ้าง ช่วยบ้าง หรือมางานศพแม่
แต่ไม่ได้ถึงกับมาอยู่ด้วยตลอดเวลา (เพราะแยกกันอยู่)

ด้วยความ Realistic แล้ว เรื่องนี้จึงเหมือนกับชีวิตจริงมากกว่าละคร
ที่คาแรคเตอร์ตัวไหนเลวก็เลวไปเลย มันไม่ใช่
แต่คนเรามันมีทั้งข้อดีและข้อเสีย อย่างเช่นตัวพ่อที่ดูเหมือนทิ้งลูกเมีย
ไปตอนแรกแต่ตอนหลังก็ยังกลับมาพบอยู่ไม่ใช่หายออกจากชีวิตไปดื้อๆเลย
ตัวเพื่อนที่เล่นได้เข้าขากับพระเอกและไม่ได้รักขนาดจะเป็นจะตาย แต่มีช่วงบางครั้ง
ก็เหมือนคนปกติทั่วไป ที่ไม่ได้อยู่กับเราตลอดเวลา

น่าเสียดายที่กูไม่เคยดู Always ทั้งภาค 1 และ 2 
แต่เหมือนทั้งสองเรื่องเหมือนกันที่ ชีวิตดำเนินไปท่ามกลาง Tokyo Tower 
แต่เรื่องนี้เหมือน ทั้ง 3 ชีวิตต่างก็มีความฝันกับ Tokyo Tower คนละอย่าง
พ่อที่สมัยวัยรุ่นมีรูปถ่ายบ้าๆบอๆคู่กับ Tokyo Tower 
แม่ที่มีความหวังว่าลูกชายจะพาขึ้นไปชมวิว และ รอคอยเสมอ
ลูกชายที่เห็นจากรูปถ่ายพ่อและอยากพาแม่ขึ้นไป

ทั้ง 3 ก็ไม่ต่างอะไรกับคนญี่ปุ่นทั่วไป ที่ทุกชีวิตผูกพันกับ Tokyo Tower 



จนสุดท้ายแล้ว ถึงแม้ว่าลูกจะเป็นอย่างไรแม่ก็ยังรับได้เสมอ
แค่เพียงลูกมีความพยายาม อดทน และ เต็มที่กับงาน  ก็พอ
ถึงแม้แม่จะรู้ลูกว่าลูกทำงานเกี่ยวกับอะไร แต่ก็คอยที่ส่งเสริมและเป็นกำลังใจให้
เพราะแค่เป็นงานสุจริตมันก็พอแล้ว ไม่ใช่หรอ?

ดูจบแล้วกุรู้สึก อยากหาแม่มาก (แต่หมดไปหลังจากกินข้าว ดูแย่หว่ะ)
ดูจบแล้วทำให้รู้สึกรักครอบครัวอีกเป็นเท่าตัว แม้กูจะไม่ค่อยจะใส่ใจก็เถอะ

ขอบคุณที่สร้างหนังดีดีแบบนี้ ให้ความรู้สึกอิ่มเอิบใจและซาบซึ้งไปพร้อมๆกันได้



/ แม่นี่หน้าเหมือนแม่กูมาก แบบแม่กูตอนแก่ได้เลยค่า สนใจเอาแม่กูไปเล่นเป็นตอนวัยกลางคนรึเปล่า?
/ โรงลิโด้ยุงกัดรึเปล่าฮะ?
/ เรื่องนี้เคยเป็น ซีรีย์ญี่ปุ่นมาก่อนแล้วนี่คือสร้างเป็นหนังใหญ่
/ ใครมี LOST season 2-3 มาให้ดูด้วย ติดจริงๆ
/ คิคิ คิริน คนที่รับบทแม่ในวัยชรา คือ แม่แท้ๆของ ยายาโกะ อุชิดะ คนที่รับบทแม่ในวัยสาว
หน้าตาเหมือนกันกิง!


สี่แพร่ง

posted on 25 Apr 2008 19:44 by doxdoxchan  in movie

สี่แพร่ง 4BIA





http://i281.photobucket.com/albums/kk235/doxdoxmovie/poster2af0.jpg


1. หนัง GTH ทุกเรื่องจริงๆ
จะได้รับการโปรโมทที่ดีเอามากๆ
ทำให้คนดูโคตรอยากดูสัดๆเลยอะ อะไรแบบนี้

ขั้นแรกกูขอชมการโปรโมทของเขาก่อน

2. หนังเรื่องนี้ สี่แพร่ง โปรโมทว่า
ความกลัวจะจู่โจมทุกทิศทาง ย้ำว่าจริง 5 5
รู้อยู่แล้วว่า 4 เรื่อง 4 ผู้กำกับ ดังๆ จาก ชัตเตอร์ บอดี้ศพ19 อะไรพวกนี้
คือ เรื่องที่ผ่านๆมามันก็ดีอยู่แล้ว แต่อันนี้กูว่าดีกว่า!
ทั้ง 4 เรื่อง มีธีมเหมือนกัน คือ เปรียบแต่ละเรื่องเป็นสวนสนุก
อ่านได้จากตามเวบทั่วไป เดี๋ยวค่อยอธิบายรายละเอียด
แล้วในตัวหนังสั้นแต่ละเรื่อง ก็จะมีฉากที่ถ่ายให้เห็นทางสี่แพร่ง (แต่ตอนที่ 3 กูไม่เห็นนะ)
เจ๋งจริง!

ขั้นสองขอชมคนคิดธีมหนัง

พอจบ

แพร่ง 1 เหงา happiness

กูเห็นชื่อเรื่องครั้งแรกก็คิดว่า มันน่าจะจบแบบแฮปปี้อะ เพราะมันแฮปปี้เนสอะ
แต่ก็ไม่อะไรเอาเถอะ
เหงา เปรียบเป็นของเล่นในสวนสนุกคือ Tower Hell Drop เครื่องทิ้งดิ่ง
จริงมาก เพราะในเวลา 25 นาทีของหนัง
20 นาทีแรกไม่มีอะไรเลย เหมือนว่านักแสดงต้องแสดงผ่านทางสีหน้าและ sms
ไม่มีคำพูดใดๆทั้งสิ้น
ความรู้สึกที่ขาก็หัก อยู่แต่ในห้อง มืดก็มืด ไม่มีใครอยู่กับเราเป็นเพื่อนซักคน
มันก็คงต้องทำตัวแบบนี้ มันเป็นอะไรน่าเบื่อจริงๆ ถ้ารู้สึกแบบนั้นนะ
5 นาทีสุดท้าย ค่อยผีหลอกแบบตู้ม โอเค ปอปคอร์นอิเจนกระเด็น ไรงี้เลย 55 5

นับว่าเรื่องแรกเป็นความกลัวเหมือนมาให้คนดูเปิดเรื่องแบบขำๆไปก่อน
ยังไม่อะไร แต่กูว่าโอเคสำหรับผู้กำกับที่กำกับสตรีเหล็ก กับ แก๊งชะนี อะ
ทำหนังผีคราวนี้ กูว่าเค้าประสบความสำเร็จไปก้าวนึงนะ

http://i281.photobucket.com/albums/kk235/doxdoxmovie/2phobiagw7.jpg
http://i281.photobucket.com/albums/kk235/doxdoxmovie/401.jpg

แพร่ง 2 ยันต์สั่งตาย tit for tat

เรื่องนี้เล่นประเด็น การเอาคืน ของวัยรุ่น
ยันต์สั่งตาย เปรียบเป็นของเล่นในสวนสนุกคือ Bloody Roller Coaster รถไฟเหาะ
ก็คือ ให้ความกลัวอยู่ตลอดเวลา
แพร่งนี้เป็นแพร่งที่คนไม่ชอบมากที่สุด แต่กูก็ดูได้นะ
แต่ถ้าเทียบกับแพร่งที่เหลืออาจจะแพ้อะไรประมาณนี้
ฟิวเตอร์ใส่ซะสีเหลืองแดงมาก ดูแล้วปวดตา กล้องก็สั่น
เน้น เรื่องของ เลือด และความรุนแรง มากกว่าความรู้สึกหวาดผวาสยองขวัญมากกว่า

บทภาพยนตร์ เหมือนเนื้อหากว้างเกินไปที่จะยัดเยียดลงไปภายในเวลา 25 นาทีได้
แต่ก็ถือว่าทำได้ดีและสื่อได้โอเค มีการสลับไปกับ flashback ได้โอเค (ถ้าไม่เท่า lost)
ส่วน CG นั้น ควรปรับปรุงอย่างแรง เมื่อเทียบกับ บอดี้ศพ19
กลายเป็นว่าผู้กำกับคนเดียวกันแต่ บอดี้ศพ ทำได้ดีกว่าเยอะ

อีกอย่างเรื่องนี้เหมือนเป็นการ์ตูนมาก่อน หรือทำคล้ายการ์ตูน
แบบมีวัยรุ่น ฉากโดนเผาไฟเหมือนโงกุนชาร์ตพลัง แล้วตอนจบก็แถมด้วย
ที่ผีมาหลอก เหมือนการ์ตูน ที่แบบมาจบตอนหลังอีกที อะไรแบบนี้

ปล tit for tat แปลว่า เอาคืนแบบตาต่อตาฟันต่อฟัน ดูรุนแรงดีแฮะ
น่าเสียดายที่ตัดฉากของ บอน ที่โดนไฟคลอกออกไปที่เค้าบอกว่าแต่งหน้านานเหลือเกิน

http://i281.photobucket.com/albums/kk235/doxdoxmovie/3phobiasy1.jpg
http://i281.photobucket.com/albums/kk235/doxdoxmovie/402.jpg

แพร่ง 3 คนกลาง In the Middle

คนกลาง เปรียบเป็นของเล่นในสวนสนุกคือ Deathly Rafting ล่องแก่ง
คือ มันมีทั้งความสนุกและความเสียวอยู่รอบๆตัว
เรื่องนี้ เหมาะมากที่จะทั้ง 4 คนมาเล่นเป็นเพื่อนกัน
นักแสดงสามารถสื่อให้กูรู้ได้ว่า เหมือนทั้งสี่เคยเป็นเพื่อนกันมาจริงๆตั้งนานแล้ว
บทพูดก็ขำมาก และดูใส่ใจกับบทภาพยนตร์มากกว่า แต่ผีหลอกก็กลัวเหมือนกัน

โดยรวมกูชอบเรื่องนี้แต่ไม่มากเท่าคนอื่นนะ แต่ก็โอเค ในระดับหนึ่ง
ตอนแรกคิดว่า เรื่องนี้ดูเป็นเรื่องไม่น่าสนใจที่สุด แต่กลับโอเคที่สุดจากที่คาดหวังมา
ก็ดีดูน่ารัก แบบหลอนๆดี ยังไงก็ไม่รู้ - -

http://i281.photobucket.com/albums/kk235/doxdoxmovie/konklang01.jpg
http://i281.photobucket.com/albums/kk235/doxdoxmovie/403.jpg

แพร่ง 4 เที่ยวบิน 224 Last Fright


Flight กับ Fright เค้าเข้าใจเล่นเนอะ
ถ้าให้มาคิด เหมือนที่ทุกคนพูดกับ ถ้าดูหนังในราคา 120 บาท
กูดู 80 ละ ถ้าดู 80 3 เรื่องที่ผ่านมาคือ 40 เรื่องนี้คือ 40 จริงๆ
ในบรรดาสี่เรื่อง กูชอบเรื่องนี้ที่สุด คือ มันกดดันจริงๆอะ

เที่ยวบิน 224 เปรียบเป็นของเล่นในสวนสนุกคือ House of Damn บ้านผีสิง
คือสยองทุกวินาที ที่แคบ และการสั่นสะเทือน

คนเราส่วนใหญ่จะเกิดความกดดันได้จาก ที่มืด ที่แคบ และการเอาตัวไม่รอด
แพร่งนี้สื่อได้มาก จากสีหน้าของพลอย และสีหน้าเจ้าหญิง
การเดินทางบนเครื่องบินที่หาทางออกไม่ได้ ที่พึ่งสุดท้ายกัปตันก็ไม่ช่วยกูอีก
ตัวคนเดียวกับศพ เหี้ยเลยอะ !

หนังตัวอย่างเสนอแค่ว่า เดินทางกับศพ ตอนแรก แต่กลับไม่ใช่
พลอยได้เจอกับคนเป็นๆมาก่อน และเป็นเหตุที่ทำให้เค้าตาย ก็เลยเอาคืน

ชอบหลายอย่างของเรื่องนี้
ประเด็นที่ประเทศอาหรับส่วนใหญ่ที่จะศาสนาเป็นเครื่องตัดสินความผิดความถูกของคน
เหมือนที่เจ้าหญิงเกริ่นก่อนแล้วว่า ประเทศชั้นจะจับเปลือยกายและใช้แส้พาดให้ประชาชนปาหิน พวกนี้
มันทำให้เห็นวัฒนธรรมของประเทศอื่น ทั้งๆที่ประเทศเราไม่ได้ทำแบบนี้เลยไง
เหมือนกับ พลอย ก็ไม่รู้ว่ารุนแรง และ ไม่รู้ว่าเจ้าหญิงรู้

ความกดดันในเครื่องบิน ทั้งมืด ไฟดับและแคบก็พอแล้ว
ตอนในห้องน้ำยิ่งโคตรแคบยิ่งโคตรกดดันเข้าไปใหญ่
กลัวเรื่องนี้ที่สุด เพราะ 1 หน้าเจ้าหญิง 2 หน้าพลอย 3 หน้าคนขับ(จากบอดี้ศพปะวะ?) 4 ศพที่ห่อผ้าแบบนั้น

สรุป กูชอบเรื่องนี้สุด

http://i281.photobucket.com/albums/kk235/doxdoxmovie/1phobiawh6.jpg
http://i281.photobucket.com/albums/kk235/doxdoxmovie/404.jpg

โดยรวม สี่แพร่งเป็นหนังที่โอเคเลย ที่จะไปดู (ถ้าไปดูกับแฟนกูว่ายิ่งดี คงสนุก 55 5 )
เหมือนกับว่า ชัตเตอร์ แฝด บอดี้ศพ ผีจะมีปมการแก้แค้น บางทีก็หลอกบางทีก็ไม่หลอก
แต่สี่แพร่ง เหมือนต้องใช้เวลาให้คุ้ม หลอกก็หลอกเลย ดูแล้วเหมือนจู่โจมกูแบบคอมโบทุกทิศทาง
เกร็งมากค่ะ ! หลอนตอนกลางคืนด้วย - -''

แต่ อยากให้
1 แต่ละเรื่องเกี่ยวข้องกันหน่อย แบบตอน 3 กับ 4 ก็เกี่ยวกันอยู่นิดหน่อย
น่าจะเกี่ยวกับให้หมด แบบอินี่รู้จักอินั่นแล้วเรื่องนั้นกลับมามีผลต่อเรื่องนี้ต่ออีก อะไรประมาณนี้

2 อยากให้ตอนจบไม่ใช่จบแบบเรื่องพลอยจบก็จบ อยากให้จบแบบมีอะไรอีกก็ไม่รู้
ซึ่งกูก็ไม่รู้หรอกนะ แต่นะจะจบแบบมีอะไรอีก (หรือตอน หลัง credit วะ?)

สรุป ดี ไปดูกันได้ หลอน เกร็ง ดี
ปล. ชอบตอนพลอยเอาส้นรองเท้าคนกาแฟ 55 5 สะใจดีเถอะ
ปอ. mv กลัวของ โดม nologo อะ เจ๋งจริงอะ พลอยเล่นโดมร้อง เซงๆ
ปฮ. จาก title เปิดเรื่องมา เจ๋งจริงๆ
ปฮฮ. เจ้าหญิงจากตอนที่ 4 เป็นคนนอก ไม่ใช่คนไทยหว่ะ! แล้วก็กัปตัน จาก บอดี้ศพค่า 555 เหี้ยค่า

 

 

Forbidden Kingdom

posted on 25 Apr 2008 19:42 by doxdoxchan  in movie
Forbidden kingdom
 

http://i281.photobucket.com/albums/kk235/doxdoxmovie/07.jpg


หนังจีนอารมณ์ไซอิ๋วจากฮอลลีวู้ด
ถือว่า ทำการบ้านมาดี ทำให้คนดูรู้สึกได้ถึงความเป็นตะวันออก
ไม่ใช่ตะวันตกซะหมด
แต่พล็อตและบทภาพยนตร์เดิมๆ โคด คิเช พูดจริง (ดูอินกับศัพท์ดีไซน์ดีมั๊ย?)
เด็กผู้ชายที่อ่อนแอเข้าสู่อีกโลกนึงแล้วไปฝึกจากโลกนั้นมาทำให้แข็งแกร่งขึ้น
ในอีกโลกหนึ่งก็อาจจะมีภารกิจต้องทำ(เพื่อฝึกความแข็งแกร่ง)
คือ เอากระบอง ไปคืนให้ซุนหงอคง

http://i281.photobucket.com/albums/kk235/doxdoxmovie/08.jpg

โอเค พล็อตจบแค่นั้น
แต่ CG ระดับออสการ์ ทำสวยมากกกกกกก ดูเนียนจริงๆ
การแต่งหน้าซุนหงอคงก็โอเค ที่ให้เจท ลี ไปเล่น เก๋ดีนะ
เจ้าของร้านขายของชำเป็นเฉินหลง ดูไม่ออกเลยจริงๆ

ส่วนใหญ่คนอาจจะไปดู เฉินหลง ปะทะ เจทลี
แต่กูดูเพราะชื่อเรื่องและโปสเตอร์ที่สวยดี (แค่นั้น 55 5)

ตัวละคร ทำได้ไม่ค่อยมีมิติ
แบบตัวร้ายก็เป็นตัวร้ายวันยันค่ำ ไม่มีเหตุผลบอกว่าทำไมถึงอยากเป็น
นางพญาผมขาวก็ไม่มี คือ ไม่มีซักคน

The image “http://i281.photobucket.com/albums/kk235/doxdoxmovie/011.jpg” cannot be displayed, because it contains errors.

เฉินหลง - กังฟูหมัดเมา /เจ้าของร้านขายของชำ
ฉากที่เขาเล่นเป็นเจ้าของร้าน ดูมีมิติและมีความลึกลับมากกว่าตัวลู่หยาน
เพราะตัวละครลู่หยานนั้นมันดูทื่อไปและการกลับมาของเฉินหลงในหมัดเมา
ดูเนือยๆไปซักนิด เหมือนจะเด่นแต่ก็ไม่เด่น


The image “http://i281.photobucket.com/albums/kk235/doxdoxmovie/010.jpg” cannot be displayed, because it contains errors.

เจทลี - ซุนหงอคง/นักบวช
ตัวนักบวชนั้นไม่มีคำพูดออกมาแต่ต้องแสดงที่สีหน้ามากกว่า
ถือว่าทำได้ดีแต่นักบวชก็มีสีหน้าเดิมๆ คือหยั่งงั้นอะ
ส่วนหงอคง ก็โอเคดูทะเล้นแต่ก็ไม่ได้เล่นอะไรเยอะมาก
ถือว่า เจทลีมาเพื่อโชว์ต่อสู้ แต่กูว่าเขาเหมาะกับบทนักบวชมากกว่านะ

นอกนั้นก็ออกมาทีละนิดทีละหน่อย หลิวอี้เฟย หลีปิงปิง แล้วก็ พระเอกอะ

แต่ก็ไม่อะไร เพราะเนื้อหาของหนังนั้นยาวมาก
ถึงขนาดที่เค้าบอกว่า จาก 2 ชม ตัดเหลือ ชม.ครึ่ง
แต่ก็ไม่ชอบอยู่ดีที่ตอนสุดท้ายมาเหมือนตัดจบ

http://i281.photobucket.com/albums/kk235/doxdoxmovie/09.jpg

คือ ตอนต้นดำเนินเรื่องแบบเนิบๆ เดินทางไปเรื่อยๆ หยั่งกะซีรีย์ละครชุด
แต่ก็โอเคดูได้
ช่วงเกือบหลังเรื่อง คิดว่าน่าจะมีภาค 2 แล้ว แต่ก็ไม่
กลายเป็นส่วนหลังเร่งเครื่องให้เร็วและขาดรายละเอียดอะไรไปเยอะมาก

หนังจีนส่วนใหญ่ มักจะมีคำสอนให้สะอึกใจ
เรื่องนี้ก็เหมือนหนังจีน ที่แบบ ถ้วยชาน้ำล้น อะไรแบบนี้
แต่ก็ไม่ได้สื่ออีกเลย น่าจะเอามาเล่นมากกว่านี้

ฉากเจทลี สู้กับ เฉินหลง ถ้าใครเป็นแฟนสองคนนี้
ก็อาจจะรู้สึกสนุก แต่กูดูแล้วรู้สึกเหมือนว่า
หนังใส่ใจกับบทภาพยนตร์น้อยเกินไป และ พยายามยัดเยียดการเจอกันของสองคนนี้สุดๆไปเลย
จนคนนั่งข้างๆกูหลับไป ฉากนั้น เยี่ยม!
บางทีก็แอบเอียนหนังจีนเหมือนกันที่ เอาแต่สู้กัน

title ตอนเปิดเรื่อง เก๋มาก ชอบจริงๆเถอะ 55 5
สรุป ถ้าไม่มีอะไรทำ หรืออยากดูเฉินหลง VS เจทลี แล้วก็
หลิวอี้เฟย (ชื่อนี้ปะวะ) หรือ อยากย้อนไปในสมัยเด็กที่หงอคง นางพญาผมขาว
ก็ไปดูกัน
เพราะ CG ก็น่าจะคุ้มอยู่ (แต่กูดูบัตร โชว์เด็ดไง)
แต่ถ้าเป็นหนังในโรงตอนนี้ ก็ขอเชียร์ 4แพร่ง กับ tokyo tower นิดหน่อย 55 5


/ ว่าแต่ทำไมหนังถึงต้องชื่อว่า forbidden kingdom ด้วย ทั้งๆที่เอ่ยมาฉากเดียว
กุว่าชื่ออิ เล็กใหญ่ฟัดผัก(ชื่อไทยอะ) ยังเวิกกว่าอีกนะ 55 5

/ ของแถมโปสเตอร์ของ 6 ตัวละครหลัก กุดูเพราะสิ่งนี้แหละ 55 5
ให้ความรู้สึกเป็นหนัง dark fantasy ดี 

The image “http://i281.photobucket.com/albums/kk235/doxdoxmovie/01.jpg” cannot be displayed, because it contains errors.The image “http://i281.photobucket.com/albums/kk235/doxdoxmovie/02.jpg” cannot be displayed, because it contains errors.
The image “http://i281.photobucket.com/albums/kk235/doxdoxmovie/03.jpg” cannot be displayed, because it contains errors.http://i281.photobucket.com/albums/kk235/doxdoxmovie/04.jpg
http://i281.photobucket.com/albums/kk235/doxdoxmovie/05.jpghttp://i281.photobucket.com/albums/kk235/doxdoxmovie/06.jpg
body{background:#FFFFFF}>

ดรีมทีม

posted on 10 Apr 2008 17:31 by doxdoxchan  in movie

ดรีมทีม

 


ผู้กำกับเมล์นรกหมวยยกล้อ และ ขนนักแสดงกลุ่มเดิม
กลับมา ใน ดรีมทีม ที่มีโฟร์ กับ เหล่าเด็กๆ มาร่วมด้วย

ความน่ารักของเด็ก และเนื้อเรื่องที่มีครบทุกรส
ไม่ว่าจะเป็น comedy drama แค่นี้ก็เกินพอแล้วสำหรับเรื่องนี้

นานแล้วที่ไม่ได้ดูหนังอย่างเพลินใจ ปล่อยใจให้ไหลไปตามท้องเรื่องของหนัง
หนังที่ดูได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ในช่วงเวลาปิดเทอมนี้เหมาะจริงๆ
ที่ไปดูกับครอบครัว :]

 


ดูผ่านๆเนื้อเรื่องหลักคือ ต้องการสื่อว่า เด็กไปแข่งชักเย่อ (ชัก-เย่อ)
แต่มันมีอะไรมากกว่านั้น
การเสียดสีสังคมไทย - ที่คนไทยไม่สนใจวิทยาศาสตร์ชาติถึงไม่เจริญ
การไม่เชื่อกฎกติกา(ตอนที่พ่อแม่เข้าไปใกล้เวทีตอนรอบชิง)และ ค่านิยมที่คนที่ชนะคือคนที่แข็งแกร่งที่สุด

สิ่งที่ผู้ใหญ่คาดหวังกับเด็ก คือ การต้องเอาชนะ และเป็นที่หนึ่ง
มันก็ทำให้เด็กเครียดตามไปด้วย
เมื่อมองกลับไป สังคมไทยก็เป็นเช่นนี้(ส่วนมาก)
หายาก กับการที่พ่อแม่จะบอกว่าลูกไม่ต้องเครียด ชอบอะไรก็ทำไปเถอะ
นี่ขนาดเป็นเด็กอนุบาล ก็ยังใส่ความเครียดและความกดดันลงที่ตัวเด็ก



 

 

 

 

 

 

 

 
เมื่อการเอาชนะ การมีหน้ามีตาในสังคมเป็นที่หนึ่งสำหรับคน(กลุ่มหนึ่ง)ในยุคนี้
ค่านิยมที่มีเกียรติ ร่ำรวย และอยู่เหนือผู้อื่นจึงถูกส่งต่อมาถึงเด็ก
เด็กที่ยังคงมีจินตนาการ เด็กที่ยังคงอ่อนต่อโลก ไม่รับรู้อะไร
เด็กที่ยังสามารถหล่อหลอมเขาให้เป็นในแบบของเขาเองได้(คือการเป็นตัวของตัวเอง)
แต่ การเอาชนะ ทำให้เด็กบางคน ต้องสูญเสียการเป็นตัวของตัวเองไป

ในวัยเด็กสิ่งที่เด็กอยากทำคืออะไร
คือการเล่นกับเพื่อน เด็กบางคนอาจจะใช้การเล่นเป็นการสร้างเสริมทักษะทางจินตนาการ หรืออะไรก็ตาม
แต่เด็กบางคนที่ถูกพ่อแม่ยัดเยียดให้เรียนพิเศษ เพื่อสอบเข้าป.1 อะไรแบบนี้
มองกลับไปอีกที สมัยเรา อนุบาล เรียนพิเศษรึยัง?
ฉันเริ่มเรียนพิเศษตอนม.4 แต่เด็กสมัยนี้เริ่มเรียนพิเศษกันตั้งแต่ประถม
คาดว่าต่อไปในอนาคตคงเรียนพิเศษกันตั้งแต่อนุบาล

สิ่งเหล่านี้ที่สังคมยัดเยียดมาให้ คือ การกดดันของเด็ก และส่งผลให้เด็กเครียด

นอกจากนั้น ยังมีปัญหากับผู้ใหญ่
เมื่อเราตอนเป็นเด็ก เรามองปัญหาของเราคือเรื่องใหญ่
แต่ผู้ใหญ่กลับมองปัญหาเราเป็นเรื่องเล็ก
มันก็เหมือนกันที่ว่า การแข่งชักเย่อ ตอนแรกที่ฉันดูฉันยังแบบ
อะไรเนี่ย? แต่มันกลับกลาย ว่า ความพยายาม ความมุมานะของเด็ก
ที่แสดงให้เห็นว่า การแข่งชักเย่อ มันก็เป็นเรื่องใหญ่เหมือนกัน

ปัญหาอีกหลายคือ
- การที่เด็กถูกเพื่อนหัวเราะในห้องเรียน (แบบถูกหาว่าเป็นเอดส์)
ถึงขนาดเอากลับไปบอกพ่อแม่ แต่พ่อแม่ก็สนใจน้อย (ชอบอ้นมาก เป็นอะไรกับ 3 ห้องน้ำ? 55 5)
- การที่เด็กสูญเสียคนที่รักตั้งแต่เด็ก แล้วกลัวความผิดหวัง กลัวการสูญเสียอีก
เมื่อสูญเสียหรือถูกผิดสัญญา ก็ทำให้เหงาเศร้าซึมได้ง่ายกว่าเดิม
- เด็กที่มีโรคประจำตัวพ่อแม่จะเลี้ยงอย่างประคบประหงม หรือจะให้ลูกออกกกำลังกายมากเกินพอดี
และคาดหวังว่าลูกจะหายเพราะการออกกำลังกาย มันไม่ใช่!

หนังเล่นประเด็นหัวข้อหลักได้ดี ที่ว่าความคิดของผู้ใหญ่ การมองโลกของผู้ใหญ่
และความคิดของเด็กการมองโลกของเด็ก
ที่เมื่อทุกคน เป็นทุกคนจริงๆ เมื่อเป็นผู้ใหญ่จะลืมความคิดในวัยเด็กและมองว่ามันเป็นเรื่องเล็กน้อย
ทั้งที่จริงตนเองก็เคยเป็นเด็กมาก่อน แต่กลับลืมช่วงเวลานั้นไป

หนังดีจริงๆ อยากให้ไปดูกัน ด้วยความน่ารัก(ของเซน1 ชอบมากกกกกกกก )
และน้องหัวล้านก็น่ารักอยู่ โฟร์เรื่องนี้ดูมีเสน่ห์กว่าไปเต้นกามิกาเซ่นะ
ซูโม่ กิ๊กก็เล่นได้ดี ดูแล้วเป็นผู้นำของเรื่องและสามารถประคองเรื่องได้ดี
ส่วนบทพ่อแม่ก็ขนนักแสดงจากเมล์นรกมา 555 (อ้นคลอดลูกแล้วเป็นเอดส์ 55 5)



ตอนที่เศร้าสุดน่าจะเป็นตอนที่ หัวแก้ว ไม่ได้ลงซักที
ฉันก็กลับมาคิดเหมือนกันว่า อุปสรรคของการเป็นนักกีฬาคือสุขภาพ
ต่อให้เป็นโรคหอบ และมีทางแก้แต่หายไม่ขาดยังไง
คนก็จะมองว่าตัวเรามีตำหนิไปตลอดเวลา

มองกลับไปในสังคมแล้ว สังคมแล้วมีแบบนี้กันทั้งนั้น
เมื่อใครมีตราบาปติดตัว ต่อให้จะทำดีซักเท่าไหร่ แต่เลวครั้งเดียว
มันขาดความน่าเชื่อถือ ทำให้ฉันคิดว่า
ใครเป็นคนกำหนดค่าแบบนี้ขึ้นมา
ความไม่เชื่อใจกัน พอคนเราโตเป็นผู้ใหญ่ไง จะมองโลกในแง่ร้ายมากขึ้น

แต่ด้วยความเป็นเด็กและยังมองโลกในแง่ดีอยู่
หัวแก้วเชื่อว่า ซักครั้งที่เขาจะได้ลงแข่ง และหนังทำไม่ผิดหวัง
ที่ให้หัวแก้วลงแข่ง (ถ้าทำให้ไม่ได้ลงแข่งแล้วแพ้คงดราม่ากว่านี้เหมือน The mist ที่จบแบบไม่ happy นัก )


ถ้าไม่มีอะไรทำตอนปิดเทอม หรือ ไม่ได้เรียนซัมเมอร์
ลองชวนพี่ๆน้องๆ พ่อแม่ ไปดู ดรีมทีม กัน !

/ชอบน้องเซน 1 มากๆๆๆเร้ยยย !!  

รูปภาพ น้องเซน1 น่ารัก น่าฟัด น่าหยิก จาก หนัง ดรีมทีม

 

 

 

 



/กดเพื่อฟังเพลงฮะ พื้นที่เล็กๆ เขียนเรื่องนี้แล้วนึกถึงเพลงนี้เลย!!  

Sea Monsters

posted on 23 Mar 2008 16:01 by doxdoxchan  in movie

 

Sea Monsters  Prehistoric Adventure

 

http://thecia.com.au/reviews/s/images/sea-monsters-3-d-a-prehistoric-adventure-poster-0.jpg

ได้บัตรฟรีของ IMAX มา
ตื่นเต้นชะมัดจะได้ดูแบบใส่แว่น
เขามีเทคนิคพิเศษกับการสร้าง 3D ด้วย
เดี๋ยวค่อยว่ากัน

หนังเป็นของ NG ซึ่งก็ออกอารมณ์เป็นหนังสารคดี
แต่ที่แย่ก็คือ ถ้าคนไหนฟังอังกฤษ ไม่ออกจะไม่อินเลยอะสิ
(แถม imax ไม่มีซับให้อีก)


1 การเล่นเรื่องที่ วนกลับไปจุดเริ่มต้นใหม่ (ตอนที่เด็กผู้หญิงเดินเข้าไปในป่าเจอกระดูก)
2 หลายฉากที่นักสำรวจขุดเจอกระดูกเต็มๆ แล้วตัดเข้าสู่ 3D เลย
ทำให้กูแบบโอ้ล เก๋ดี
3 แต่เพราะมันเป็นหนังสารคดีไง ก็เลยอาจจะดูน่าเบื่ออยู่แต่ 3D กับความตื่นเต้นก็ช่วยบดบังได้นิดหน่อย
4 ถ้าจะดูแบบเสียตังค์กุคิดว่าไม่ค่อยคุ้ม
5 ถ้าทั้งเรื่องเป็นเนื้อเรื่องแล้วตัดเข้ากับกระดูกจริงจะเก๋กว่าที่ตอนแรกมาเป็นสารคดี
แล้วช่วงหนังๆเป็นเนื้อเรื่องอะ

โรง IMAX เก๋มาก คือทำแบบเกือบโอเปร่า ชันสุดๆ ดูได้อารมณ์ดีจริงๆ
แล้วแว่นตาเค้าไม่เหมือนแว่น 3D ปกติที่จะเป็นสีฟ้ากับแดง แต่นี้ทั้งเลนส์เหมือนกันหมด
คือเค้าเล่นอีกเทคนิคนึง คือ ปกติแล้วถ้าเราใส่แว่นแบบสีฟ้ากับแดง
ภาพของหนัง(เมื่อไม่ใส่แว่น) คือภาพจะมีขอบสีแดงกับฟ้าอยู่ ทำให้ดูเป็น 3D
แต่อันนี้ภาพจะออกมาข้างๆไม่เป็นสีแต่ออกสีขาวเบลอๆ
แต่ภาพจะได้ออกมาเป็น 3D แบบมีเลเยอร์ คือ
สมมติในฉากเป็น รถวิ่งในทะเล จะเป็น ต้นไม้เลเยอร์นึง รถอีกเลเยอร์นึง
คือเหมือนเป็นแผ่นบางๆ มาเป็น 3D

 

Image: Tylosaurus and Squalicorax

/ฉากนี้ถ้าทำเป็น 4D มีน้ำกระเด็น(แบบในฮ่องกง) นะ จะเจ๋งมากเลย 55 5 

Image: Ammonites

Image: Pteranodon

Image: a school of Xiphactinus

 

Ref. ถ้าใครอยากรู้ การทำงานของแว่นเพิ่ม
http://positioningmag.com/prnews/prnews.aspx?id=50262