ikigami イキガミ

posted on 23 Dec 2008 16:52 by doxdoxchan  in movie

อิคิงามิ สาส์นสั่งตาย イキガミ

The image “http://i198.photobucket.com/albums/aa142/doxdoxchan/001-4.jpg” cannot be displayed, because it contains errors.

- 1 -
 

ถ้าว่าด้วยตัวหนัง บทภาพยนตร์ มุมกล้อง การลำดับเรื่องราว
ความลื่นไหลของหนัง เรื่องนี้อาจจะอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่ดีนัก
เพราะดูแล้วรู้สึกได้ว่า ครึ่งแรกของหนัง และครึ่งหนัง
เหมือนเป็นการเปลี่ยนบทกระทันหัน ที่ว่า ครึ่งแรกเน้นการตายคนๆเดียว
ที่บิ้วอารมณ์คนสุดๆ(มาก) ส่วนครึ่งหลังเป็นการรวมสองคนที่เหลือ
ตัดฉากสลับไปมา และถึงจุดไคลแมกซ์ได้พร้อมกัน ซึ่งเหมือนแยกพาร์ทจากคนที่หนึ่ง

http://muchroom.files.wordpress.com/2008/06/tnd_eiv_tn_ikigami01.jpg

ข้อนี้ผู้กำกับคงเห็นว่า การกำกับตามการ์ตูนมันทำให้ดูเหมือนว่า
วางแพทเทินเหมือนการ์ตูนที่เป็นตอนๆ ไป แต่หนังไม่ใช่
เพราะหนังต้องดึงเรื่องราวทั้งหมดออกมา และไคลแมกซ์เป็นจุดรวมทั้งหมด
ถึงแม้ตอนที่ 1 จะประสบความสำเร็จที่ไคลแมกซ์แต่พอมาถึงจุดช่วง 2 กับ 3
กลับมาไคลแมกซ์อีก เหมือนแยกกันทำหนังสั้นดีกว่า 

The image “http://www.tkocomics.co.th/PICS/news/ikigami_roadshow.jpg” cannot be displayed, because it contains errors.

- 2 -
 

จากหนังการ์ตูนที่มาทำหนังของญี่ปุ่นส่วนใหญ่ การ์ตูนมักจะดีกว่าหนังอยู่วันยันค่ำ
แต่เรื่องนี้ ฉันไม่เคยอ่านการ์ตูนมาก่อน  พอดูหนังจบก็รู้สึกอยากอ่านการ์ตูนทันที
เพราะอยากรู้ว่าการ์ตูนจะทำได้ดีกว่าหรอ เพราะหนังนี่บิ้วอารมณ์สุดๆแล้วนะ

อิคิงามิ คือ ในประเทศญี่ปุ่นเพื่อการพัฒนาประเทศจึงต้องมีนโยบายที่ต้องฉีดวัคซีน
ให้กับเด็กประถมทุกคนที่เข้าเรียนเพื่อแคปซูลที่ฝังอยู่เมื่ออายุถึงการซุ่มของรัฐบาลก็จะ
ได้รับ จดหมายสั่งตาย บอกก่อน 24 ชม. ก่อนตาย ซึ่งพระเอกก็เป็นคนส่งจม.นี้
แต่เรื่องนี้ดีตรงที่ พระเอกเหมือนเป็นตัวกลางที่เห็นภาพรวมทั้งหมดเหมือนเราได้เห็นวิถีชีวิตของ
คนที่ต้องได้รับจดหมายนี้ และใน 3 คนที่รับจดหมาย(ที่หนังยกมา) ต่างก็มีปมหลังของตัวเอง
ที่หลังทำได้ดีสลับกับ flashback ให้ซึ้งได้

ใน part 0.5 (ซึ่งในการ์ตูนคือ 1 ตอน) เป็นเด็กนักเรียนที่ถูกแกล้งแล้วใช้ชีวิตที่เหลือกับการแก้แค้นเพื่อนที่เคยแกล้งตนเอง

part 1 กล่าวถึงวัยรุ่นนักดนตรี 2 คน ที่คนนึงได้รับเลือกจากค่ายเพลงให้ออกเทป แต่ดันมาได้รับหมายสั่งตายก่อน
เวลาที่เหลือ พอดีกับการออกทีวีครั้งแรกพอดี

The image “http://topicstock.pantip.com/chalermthai/topicstock/2008/07/A6765704/A6765704-3.jpg” cannot be displayed, because it contains errors.

part 2 เป็นเด็กที่เก็บตัวอยู่ในห้องตลอดเวลา ทั้งๆที่บ้านมีฐานะ
สรุปว่าเด็กคนนี้ไม่ได้รับการเอาใจใส่ + ความกดดันของครอบครัวที่พ่อแม่เป็นสส.ดัง แต่ลูกไม่เอาอ่าว
จนแม่ถือว่าลูกคนนี้ไม่ได้เกิดมา

part 3 เป็นสองพี่น้องที่พ่อแม่เกิดอุบัติเหตุตายหมด เหลือพี่ชายกับน้องสาวที่ตาบอด พี่ชายต้องทำอาชีพตามทวงหนี้
เพื่อหาเงินมาสร้างฐานะ แต่ก็ได้รับหมายสั่งตาย

Ikigami: The Ultimate Limit

ทั้ง 3 เรื่อง เรียกว่าบิ้วอารมณ์ได้ดี แต่เรื่อง 2 อาจน้อยหน่อย โดยส่วนตัวคิดว่าเรื่อง 1
มันมีให้เห็นทั้ง ความฝัน(ที่ก่อนตายคุณจะใช้ชีวิตกับครอบครัว หรือ ทำตามความฝันให้เป็นจริง) มิตรภาพ
นับว่าไคลแมกซ์สุดกับฉากเพลง (ที่เพลงเพราะดีนะ) กับการตัดสินใจครั้งสุดท้ายของชีวิต

คนบางคนพอรู้ว่าตัวเองเหลือเวลาอีก 24ชม. ก่อนตายจะทำอะไร
ทั้ง 3 บอกให้เรารู้ว่าอย่างแรกคือ ร้องไห้ ยอมรับชะตากรรม และตามด้วยใช้ชีวิตที่เหลือ 1 วันให้มีค่าที่สุด
คนที่ 1 ทำตามความฝัน คนที่ 2 ได้ออกนอกบ้านทำอะไรที่ไม่เคยทำ คนที่ 3 ได้เสียสละตาเพื่อช่วยน้องสาว

ถ้าตามตัวละครในภาพยนตร์พูดที่กฎหมายข้อนี้ นอกจากจะช่วยให้ประชาชนเห็นคุณค่าของชีวิต อาชญากรรมลดลง
ยังทำให้เรากล้าที่จะทำอะไรต่อมิอะไรที่ถ้าเราอยู่ถึง 70 เราอาจจะยังไม่ได้ทำก็ได้ (ที่เลือกวัยรุ่นอาจจะเป็นงี้)
แต่ถึงกระนั้น กฎหมายนี้ก็ยังขาดหลักมนุษยธรรม ที่ตามหลักคือ 1/1000 จะต้องมีคนตาย
คนที่ฆ่าตัวตายเป็นคนที่เต็มใจตายด้วยกันทั้งนั้น แต่คนที่ถูกเลือกให้ตาย กลับเป็นคนที่มีความหวังที่จะอยู่ต่อ
และล้วนยังไม่อยากตายทั้งนั้น คือเราก็เลือกไม่ได้ว่ามันจะมาตรงที่ใคร แต่ถ้ามันเกิดกับคนใกล้ตัวคุณหล่ะ?

ดังนั้น ชีวิตที่มีค่า ถ้าพรุ่งนี้คุณรู้ว่าคุณจะตาย คุณจะทำอย่างที่ทำอยู่วันนี้รึเปล่า?

Movietc. 01

posted on 10 Dec 2008 17:52 by doxdoxchan  in movie


เป็นหนังที่ดูช่วงนี้ จำผิดจำถูก
มาแปะๆไว้ก่อน (ก่อนจะลืม)
ยังไม่ได้เขียนอีกเยอะแยะ ทำไมโลกนี้เวลาน้อย
ไว้จะมาต่อภาค 2

มีทั้งหมด 23 เรื่อง
ตีว่า หนังเรื่องนึง 90 นาที
ดังนั้น 23 เรื่อง
90 x 23 = 2070 นาที
2070 หาร 60 = 34.5 ชม. T_T กูเอาเวลาไหนไปดูวะ??
นี่ยังไม่รวมเวลาเล่มคอม ดูซีรีย์บลาๆ อีก

*ปล คะแนนให้ตามความชอบ 555 ของตัวเอง

http://i281.photobucket.com/albums/kk235/doxdoxmovie/Click.jpg
Click - A
นักวิจารณ์ด่ากันตรึม ส่วนตัวชอบนะ ดูแล้วอินตามไปด้วย
กับการทำงานที่ไม่มีเวลาให้ครอบครัวเนี่ย แต่นะ หนังอดัมแซนเลอร์
ทำใจนิดนึง ประเด็นเขาก็ดีแหละ

http://i281.photobucket.com/albums/kk235/doxdoxmovie/hr_midnight_meat_train_poster.jpg
The Midnight Meat Train - A
กล้า บ้า ดีเดือด ดี ให้คะแนนเพราะอันนี้ พล็อตนี่ก็
กล้าคิดอีกเหมือนกัน ทำสยองได้บางตอนแต่แบบ
เทคนิคเขาเจ๋งจริงอะ

http://i281.photobucket.com/albums/kk235/doxdoxmovie/mortgage-perfect-storm.jpg
Perfect Storm - B-
ไม่ชอบ จอร์จคลูนี่ แต่เห็นว่าสร้างจากเรื่องจริง
ชีวิตมีรสชาดดี
ชอบ มาโฮน 55 ใน PB มาเล่นด้วย

http://i281.photobucket.com/albums/kk235/doxdoxmovie/night_at_the_museum.jpg
Night at the Museum - B
สนุกดี 55 เพลินๆ

The image “http://i281.photobucket.com/albums/kk235/doxdoxmovie/cityofember-poster-big.jpg” cannot be displayed, because it contains errors.
City of Ember - B+
สนุกดี มีอะไรให้คิดเยอะดี หนังเด็กดี เพื่อนไปดูเยอะดี 55
นักแสดงน่ารักทุกคนเลย แล้วแบบอารมณ์แฟนตาซี
สร้างภาคต่อมาไวๆนะ

http://i281.photobucket.com/albums/kk235/doxdoxmovie/invasion-poster.jpg
Invasion - B
สนุกดี ชอบแดเนียลเครก ดูเรื่องนี่แล้วชอบนิโคล ขึ้นเย้อ

http://i281.photobucket.com/albums/kk235/doxdoxmovie/banquet-poster-series-hq3.jpg
The Banquet - B
ฉากเว่อ คล้ายๆวังดอกทอง ก็ดี ชอบฉากโรงละครตอนแรกๆ

http://i281.photobucket.com/albums/kk235/doxdoxmovie/superstar.jpg
Superstar - C
ดูเพลินๆไม่มีอะไร คอมาดี้ เรื่อยๆ

http://i281.photobucket.com/albums/kk235/doxdoxmovie/poster_JustMyLuckPoster2.jpg
Just My Luck - B-
ก็สนุกดี หนังแบบลินเซโลฮาน 55 พระเอกหล่อ
ตลกดี เรื่อยๆ

http://i281.photobucket.com/albums/kk235/doxdoxmovie/poster1.jpg
Corpse Bride - B+
พล็อตคิดไม่ถึงดี 55 ไม่เคยอ่านเรื่องย่อไป
อนิเม เข้าใจว่าทำยากจริงๆ :) ก็สนุกดีกับการเสียสละ
อืม ตัวเอกไม่ต้องคู่กะตัวเอกเสมอไป

http://i281.photobucket.com/albums/kk235/doxdoxmovie/disturbiaposterbig.jpg
Disturbia - B+
หนังอินดี้ เข้าใจง่ายดี ดูแล้วชอบเหมือนเข้ากะวัยตัวเอง
ที่มี iTune XBox สนุกสนุก

http://i281.photobucket.com/albums/kk235/doxdoxmovie/1178072003.jpg
Big Fish - A-
ดูแล้วชอบ ตรงการเล่าเรื่อง แต่เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับ Little Fish นะ
ชอบคุณพ่อ กะ ลูกมากเรื่องนี้ :)

http://i281.photobucket.com/albums/kk235/doxdoxmovie/1225476618.jpg
โปรแกรมหน้า วิญญาณอาฆาต - C+
ฮึ ! ไม่ชอบเลย เหมือนไม่มีไรเล่น แต่ก็ยังดีที่ทำสะดุ้งได้
4 แพร่งน่ากลัวกว่า เรื่องนี้ชอบฉากตอนผีตายฉากเดียว
แต่ทำไมต้องมาหลอกนี่? แต่ประเด็นหนังอะเวิกนะ น่าจะขัดเกลาให้ดีกว่านี้

http://i281.photobucket.com/albums/kk235/doxdoxmovie/20th_century_boys.jpg
20 th Century Boys - B
หนังรีเมคยังไงการ์ตูนก็สนุกกว่า แต่อันนี้ก็ทำได้ดี
แถมโชคดีดูภาคญี่ปุ่นนะ 2 ชม.ครึ่ง 55

http://i281.photobucket.com/albums/kk235/doxdoxmovie/FinalDestination3.jpg
Final Destination 3 - B
หนังเขาก็ทำตามแพทเทินเดิมไปเรื่อยตั้งแต่ 1-3
ภาค 2 รู้สึกจะดีสุดมีขัดไปมา แต่แบบนะ ภาค 4 จะเป็นไงต่อนี่?

http://i281.photobucket.com/albums/kk235/doxdoxmovie/official_twilight_movie_poster.jpg
Twilight - C+
ชมกันจัง สาวก็กรี๊ด พระเอกก็หล่อจริง ไม่เคยอ่านหนังสือนะ
ตัวละครแต่ละตัวเหมือนออกไปงั้น หายไปเฉย ผู้ร้ายมาทำไม
แต่ให้ + เนื่องจากความรักของนางเอกกะพระเอกละกัน


The image “http://i281.photobucket.com/albums/kk235/doxdoxmovie/burn-after-reading-poster.jpg” cannot be displayed, because it contains errors.
Burn After Reading - B
เห็นคนอื่นชอบกันนักชอบกันหนา ดูแล้วก็ดีระดับนึง
ไม่ถึงกะชอบมาก หนังตลกร้ายๆแบบนี้

http://i281.photobucket.com/albums/kk235/doxdoxmovie/ygp_cinema_toukyousonata.jpg
Tokyo Sonata - A+++++++++++++
ชอบจริงๆเรื่องนี้ น้ำตาจะเล็ด คล้ายกับชีวิตจริงหลายๆคนจริงๆแหละ
รักครอบครัวให้มาก แต่ไม่ชอบตอนที่จุดหักเหเลย ดูแล้วเสียใจ
ฉากจบ ตัดได้แบบ 555 มองอีกแง่ก็เท่สาด มองอีกแง่ เมิงคิดได้ไง 55

http://i281.photobucket.com/albums/kk235/doxdoxmovie/Thefountain.jpg
The Fountain - A++++++++++++++++++++++
ให้มากกว่า tokyo sonata นะ ชอบมาก ขอบคุณที่สร้างหนังดีๆมาให้เราดู
ปรัชญาระเบิดดี




มาที่หนังของ เคท บลานซาท บ้าง 55 เต็มเลยๆ

http://i281.photobucket.com/albums/kk235/doxdoxmovie/B000E6ESU801_SCLZZZZZZZ_.jpg
Little Fish - B-
หนังเกี่ยวกับ ผู้ติดยาแล้วชีวิตต่อไปจะเป็นยังไง
ทำไม่ค่อยน่าติดตาม แต่ดูเพราะนักแสดง

http://i281.photobucket.com/albums/kk235/doxdoxmovie/HotFuzzMoviePoster.jpg
Hot Fuzz - A
เรื่องนี้ เคท เล่นเป็นตำรวจบทน้อยๆ แต่หนังสนุก
ฮาชิปหาย 55

http://i281.photobucket.com/albums/kk235/doxdoxmovie/the_missing_poster.jpg
The Missing - C
ไม่ค่อยปลื้มหว่ะเรื่องนี้ ยิงกันแบบคาวบอย อินเดียแดง
หนังดูร้อนๆ ไม่ชอบเลย ส่วนเนื้อเรื่องก็เบๆไม่มีอะไร

http://i281.photobucket.com/albums/kk235/doxdoxmovie/tforg-Notes-on-Scandal-free-avi.jpg
Notes on a Scandal - B+
เก๋ๆอะ สองนักแสดง เจ้าป้าทั้งคู่ เล่นกันแบบยอมไม่ได้จริงๆ
ทั้งในหนังและนอกจอ 555 ดูแล้วแบบ เออเท่ดี
คนเรานี่ 55 กิเลศหนานะ

charlotte's web (2006)

posted on 08 Nov 2008 17:56 by doxdoxchan  in movie


charlotte's web , คุณค่าของคน กับโฆษณาไทยประกันชีวิตตัวใหม่

The image “http://i281.photobucket.com/albums/kk235/doxdoxmovie/charlottes_web.jpg” cannot be displayed, because it contains errors.



charlotte's web เรื่องของ สิ่งธรรมดา สองสิ่งมารวมกัน มักจะเกิดสิ่งไม่ธรรมดาขึ้น
อย่างคำว่า some บางอย่าง พอมาใส่คำนามเพิ่ม สิ่งนั้นก็เป็นสิ่งพิเศษ

เรื่องราวของ วิลเบอร์ หมูน้อยที่เกิดมาแล้วตัวแคระกว่าเพื่อน
พ่อของหนูเฟิร์น ลูกชาวไร่ พ่อจะฆ่าหมู เลยขอมาเลี้ยง
สุดท้าย เจ้าหมูวิลเบอร์ก็โดนย้ายไปอยู่ในฟาร์มของลุงเฟิร์น เพื่อรอวันเข้ารมควัน

The image “http://i281.photobucket.com/albums/kk235/doxdoxmovie/14542__charlottes_l.jpg” cannot be displayed, because it contains errors.


ในระหว่างที่อยู่ในฟาร์ม วิลเบอร์ก็ได้ผูกมิตรกับเพื่อนต่างๆ (ที่ตอนแรกก็เหมือนไม่ค่อยสนใจ
กับชีวิตของสัตว์ที่ต่างคนต่างอยู่ ) วิลเบอร์หาเพื่อน จนได้เจอกับ ชาร์ล็อตต์ แมงมุมที่สัตว์ในคอก
ไม่ค่อยชอบ เพราะตัดสินที่รูปร่างว่า ชาร์ล็อตต์นั้น น่ากลัว และ เทมเบอตัน หนูที่เอาแต่ได้ ไม่ค่อยสนใจใครทั้งนั้น

วิลเบอร์อยากเห็นหิมะ เพราะกลัวจะโดนเอาไปรมควันก่อน ชาร์ล็อตต์สัญญากับวิลเบอร์ว่าจะให้วิลเบอร์เห็นหิมะ
และคำสัญญาของเพื่อนที่ชาร์ล็อตต์ยึดมั่น และมิตรภาพที่วิลเบอร์มอบให้ชาร์ล็อตต์ สุดท้ายก็จบอย่างยิ่งใหญ่
ทำเอาเสียน้ำตาไปเหมือนกันนะ

The image “http://i281.photobucket.com/albums/kk235/doxdoxmovie/charlotteens_L.jpg” cannot be displayed, because it contains errors.

ชีวิตของหมู

ถ้าเป็นหมูปกติ คนเกิดมาเพื่อที่จะไม่ได้เป็น Pig แต่เป็น Pork แทน แต่วิลเบอร์อยากที่จะเห็นหิมะในฤดูหนาว
เพราะเขาเป็นหมูใบไม้ร่วง ก็มักจะโดนเข้ารมควันก่อนเห็นหิมะ หมูไม่มีสิทธิ์ที่จะเรียกร้องทำอะไรได้ เพียงแต่รอวันที่เป็นอาหาร ถึงหมูจะพูดได้ แต่เราก็ฟังไม่ออกอยู่ดี เพราะคำพูดของหมูคือคำว่า อู้ดๆ ของเรา

 

The image “http://i281.photobucket.com/albums/kk235/doxdoxmovie/01-1.jpg” cannot be displayed, because it contains errors.

The image “http://i281.photobucket.com/albums/kk235/doxdoxmovie/44918_ba.jpg” cannot be displayed, because it contains errors.


childhood phase (เอาศัพท์มาจากคุณหมอ)

เฟิร์นเป็นเด็กที่มีจินตนาการ รู้ว่าหมูสัตว์ต่างๆพูดได้ เล่านิทานให้ฟัง พ่อแม่ก็เลยเป็นห่วงกลัวว่าลูกจะเป็นอะไร
เลยไปปรึกษาหมอ โชคดีที่หมอเรื่องนี้ดี ที่เข้าใจเด็ก เพราะเด็กจะเป็นช่วงวัยที่มีจินตนาการสูงสุดและจะค่อยๆหมดไป
เมื่อก้าวสู่โลกแห่งความจริง หรือก็คือเป็นผู้ใหญ่นั่นแหละ การมีจินตนาการ จนคนอื่นมองว่าผิดปกติ ไม่ใช่สิ่งที่ผิด
เพราะเด็กทุกคน (ซึ่งเราก็เคยเป็นเด็ก) ก็มีความฝันอยู่ในใจกันทั้งนั้น ไม่ใช่เพราะความฝันหรอ ถึงทำให้เรามีเทคโนโลยีใช้อย่างทุกวันนี้ เพราะจินตนาการ ทั้งนั้น เป็นสิ่งที่ผลักดันให้โลกหมุนต่อไป

เมื่อเราเด็ก เราคิดว่าการมีจินตนาการได้คิดอะไรเป็นเรื่องปกติ
เมื่อเราเป็นวัยรุ่น เราเห็นความสำคัญของจินตนาการ มากกว่า ความรู้ ที่มี
แต่ เมื่อเราเป็นผู้ใหญ่ เราจะค่อยๆเข้าสู่โลกความจริง ยึดมั่นกับกฎระเบียบเกินไป ไม่ต่างอะไรกับเครื่องจักร

The image “http://i281.photobucket.com/albums/kk235/doxdoxmovie/story.jpg” cannot be displayed, because it contains errors.

คำสัญญาของเพื่อน คุณค่าของชีวิต และ มิตรภาพ

วิลเบอร์มอบมิตรภาพให้แก่ชาร์ล็อตต์ก่อน
บางคนมองว่าการทำแบบวิลเบอร์ ไม่เห็นจะมีอะไรผิดปกติเลย มันก็เหมือนกับเราทั่วๆไป
แต่คำว่า มิตรภาพสำหรับ บางคนอาจจะสำคัญกว่านั้น โดยเฉพาะชาร์ล็อตต์ ที่มีชีวิตอยู่ไปวันๆ
โดยไม่มีเพื่อน สัตว์ในฟาร์มไม่ชอบหน้าตาเพราะดูน่ากลัว ทั้งๆที่ไม่เคยสัมผัสตัวจริง

ก็ไม่ต่างจากสมัยนี้ ที่คนที่ดูหน้าตาดี มักจะมีเพื่อนก่อน คนหน้าตาไม่ดี
ซึ่งเราไม่รู้ว่า เมื่อเราเป็นเพื่อนกับคนหน้าตาดี เขาจะหยิบยื่นมิตรภาพที่จริงใจ มาให้เรา
หรือว่า เพื่อเป็นแค่เพื่อน แต่คุณค่าคำว่า มิตรภาพ ของชาร์ล็อตต์ นั้นมีมากมาย
เพราะการที่เราไม่เคยได้รับอะไร แล้วเราได้สิ่งๆนั้นในที่สุด สิ่งนั้นจะเป็นของมีค่าที่สุดเพราะมันมีอยู่ชิ้นเดียว

ชาร์ล็อตต์ จึงเห็นว่า วิลเบอร์ เป็นเพื่อนคนแรกที่อยากเข้าใกล้กับเธอ
เธอจึงใช้พลังทั้งหมด เพื่อช่วยให้วิลเบอร์ไม่ถูกจับรมควัน ด้วย คำ เหล่านั้น

ในตอนสุดท้ายที่ ชาร์ล็อตต์ บอกว่า คุณค่าที่แท้จริงของชาร์ล็อตต์ ไม่ใช่แค่ช่วย วิลเบอร์
แต่การที่วิลเบอร์ มอบมิตรภาพให้ ชาร์ล็อตต์ จึงพร้อมจะยื่นใจ ตอบแทนไป
ไม่ต่างอะไรกับโฆษณาไทยประกันชีวิต อันใหม่ ที่เล่าถึง แม่ต้อย เป็นมะเร็งใกล้ตาย
จึงได้เอาเด็กพเนจร 3 คนมาเลี้ยง แล้วทำให้เด็กเจอชีวิตที่เขาไม่รู้ว่าชาตินี้จะมีโอกาสได้เจอรึเปล่า

The image “http://i281.photobucket.com/albums/kk235/doxdoxmovie/mt.jpg” cannot be displayed, because it contains errors.

ดังนั้น บางคนคิดว่า ชีวิตที่มีคุณค่า คือมีความรัก อายุยืน รวย มีเกียรติ ครอบครัวเป็นสุข
แต่ทั้ง แม่ต้อย และ ชาร์ล็อตต์ เห็นว่า ชีวิตที่มีคุณค่าคือ การได้ทำตัวเองให้มีคุณค่า และให้สร้างคุณค่าให้กับคนอื่น
มันเหมือนกับการช่วยเพื่อนร่วมโลกที่เกิดมา (ในแง่ของแม่ต้อย) และช่วยเพื่อนที่ไม่โอกาสได้ร้องขอให้ยืดเวลารมควันไป (อย่างชาร์ล็อตต์)

ในเมื่อ แม่ต้อย รู้ตัวเองอยู่แล้วว่าจะต้องตายในไม่ช้า จึงใช้เวลาที่เหลือทำอะไรเพื่อเพื่อนร่วมโลกบ้าง
ในเมื่อ ชาร์ล็อตต์ รู้ตัวเองอยู่แล้วว่าตามวัฎจักรตนเองต้องตาย จึงใช้เวลาที่เหลือได้ช่วยเพื่อนคนแรกบ้าง

The image “http://i281.photobucket.com/albums/kk235/doxdoxmovie/charlotte-s-web005.jpg” cannot be displayed, because it contains errors.

ทั้งคู่นั้นมีอะไรคล้ายๆกันหลายอย่างที่สุดท้าย ยอมสละชีวิตตัวเองเพื่อผู้อื่น
และความดีนั้นยังอยู่ตลอดไป แม้ตัวจะตายไปแล้ว แต่เชื่อว่า ทั้งเด็กพเนจรทั้ง 3 และ วิลเบอร์บรรดาสัตว์ในคอก
ก็ยังจะจดจำ แม่ต้อยและชาร์ล็อตต์ ตลอดไป :)




A moment in June

posted on 01 Nov 2008 18:49 by doxdoxchan  in movie

A moment in June

do you believe in second chances?

 
http://i281.photobucket.com/albums/kk235/doxdoxmovie/momentinjune_poster-dn01.jpg

มีโอกาสได้ดู A moment in June ในรอบไม่แรก ของเทศกาลหนังโลก
ว่ากันที่การจัดการของเทศกาลหนังโลกก่อน โดยส่วนตัวชอบมากเลยที่

1. ได้ฝึกภาษาอังกฤษ ในช่วง Q&A  55555
2. มี Q&A นี่แหละ ที่บางทีเราดูหนังเรื่องนี้จบออกจากโรงก็อืม ก็ดี ไปคิดต่อ
แต่ไม่รู้ว่าสารที่แท้จริงที่ผู้กำกับส่งมาให้นั้น เราคิดถูกต้องรึเปล่า ดังนั้นการมี
ตอบคำถามก็เป็นเรื่องดี (ถึงบางอันจะฟังไม่ค่อยรู้เรื่องบ้างก็เถอะ TT)

จบเรื่องของเทศกาลที่เขาจัด ว่ากันที่ตัวหนัง


A moment in June ว่าด้วยเรื่องประเด็นหลักคือ ความรักและโอกาสครั้งที่สอง
ที่ในตัวหนังพูดประโยคหนึ่งว่า โอกาสมันแปลกดีที่ไม่ได้วิ่งมาหาเราแต่เราต้องวิ่งหามันเอง
เรื่องนี้เป็นเรื่องของ คู่รัก 3 คู่ ที่เกิดในช่วงเวลาที่ต่างกันจนความจริงอาจจะกลายเป็นเพียง
2 คู่ หรือจริงๆแค่ 1 คู่ก็ได้ เล่าเรื่องย่อให้ฟังไป ก็คงไม่รู้เรื่อง 12 กุมภาพันธ์นี้ คงรู้เอง :)

ในตัวหนังสนุกดีที่ Timeline มันวนไปวนมา และการตัดฉากที่ดีที่ใช้เพลง ท่าฉลอม เชื่อมต่อ
ซึ่งมันยากที่มีตั้ง 3 คู่ แต่ก็ทำได้เนียนไม่เลวร้าย แต่ช่วงหนังๆกลายเป็นตัดฉับไปหน่อยก็เถอะ

คู่แรก ปกรณ์ และ พล
คู่เกย์ที่รักกัน แต่มีเรื่องทะเลาะกันจนถึงขนาดไม่พูดกันเป็นเดือน ต่างฝ่ายต่างก็อยากจะมาคืนดีกัน
จนพล เลือกที่จะเดินทางไปเชียงใหม่ เพื่อขอเวลาคิด และ พล ก็รอเวลาที่ปกรณ์จะกลับมา

http://i281.photobucket.com/albums/kk235/doxdoxmovie/moment-in-june-tomoya_st05_bn.jpg

คู่ที่สอง ว่าที่เจ้าสาว และ เพื่อนเจ้าบ่าว
ตัวของเจ้าสาวนั้น กำลังจะแต่งงานกับเจ้าบ่าวชาวญี่ปุ่นคนหนึ่งและเจ้าบ่าวได้ขอร้องให้เพื่อนสนิท
เป็นเพื่อนเจ้าบ่าว ซึ่งเพื่อนเจ้าบ่าวนั้นก็มีภรรยาที่ตั้งครรภ์อยู่แล้ว แต่เจ้าบ่าวต้องไปทำธุระที่ญี่ปุ่นจึง
เลื่อนการแต่งงานไป ช่วงเวลาที่เลื่อน ว่าที่เจ้าสาว ก็ได้รักกับ เพื่อนเจ้าบ่าว ซึ่งเรื่องนี้เป็นประเด็นทำให้
เรื่องเปลี่ยนไป ถึง 27 ปี

http://amomentinjune.files.wordpress.com/2008/09/f1130017.jpg

คู่ที่สาม อรัญญา และ กรุง
อดีตคนรักเก่า ที่ต่างฝ่ายต่างก็ต้องห่างกันไป แต่ฝ่ายหญิงไม่เคยลืมฝ่ายชายเลย ซึ่งในตอนนี้ฝ่ายชาย
ได้หมดรักฝ่ายหญิงแล้ว แต่ต่างฝ่ายก็ยังรอซึ่งกันและกันอยู่

ทั้ง 3 คู่ 6 คนนั้น ได้เชื่อมโยงกันผ่านบทเพลง และ ช่วงเวลาที่แตกต่างกัน

ในตัวหนังที่สร้างให้กลุ่มนักแสดงทั้ง 4 เล่นตามบทที่เขียนให้จากอรัญญา ซึ่งบางฉากก็เป็นเเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง
บางฉากที่ตัดเป็นละครเวทีคือ น้อย และ นุ่น ตัวจริงที่เป็นนักแสดง แต่น้อยและนุ่นในเรื่อง คือ อรัญญา และกรุง ในอดีต

อรัญญา และ กรุง (น้อยและนุ่น) ปี 2515

ในตัวกรุงเอง คงมีความรู้สึกผิดลึกๆที่ เมียตนเองก็จะคลอดลูกแล้วแต่ก็ยังมาแอบพบกับเจ้าสาวของเพื่อนสนิท
ที่เป็นความรักที่เป็นไปไม่ได้ทั้งคู่ ไม่ว่าจะ รักเจ้าสาวของเพื่อน และ รักผู้หญิงอื่นทั้งที่มีภรรยาแล้ว แต่หนังต้องการสื่อถึงความรัก มากกว่าการถูกต้องตามจรรยาบรรณและศีลธรรม และ ประเด็นหลักคือ โอกาสครั้งที่ 2 ที่ทั้ง กรุง และ อรัญญาได้รอโอกาสนี้อยู่

สุดท้ายคนรักของทั้งกรุงและ อรัญญา ก็ไม่ได้อยู่ด้วยกันตลอด (ก็คือเป็น ม่ายทั้งคู่) แต่กรุงเลือกที่จะทิ้งโอกาสในตอนแรกที่อรัญญา
รออยู่ที่สถานีรถไฟไป เพื่อรอโอกาสครั้งที่สอง แต่โอกาสนั้นมักไม่วิ่งมาหาเรา กรุงก็รอโอกาสถึง 30 ปี
อรัญญาเลือกที่จะวิ่งเข้าหาโอกาส นั่งรถไฟมา ลำปางถึง 2 ครั้งแต่ก็ไม่กล้า ที่จะให้โอกาสตัวเอง จึงได้กลับไป
จนครั้งที่ 3 ที่ได้เจอกับ พล (คู่ของปกรณ์และพล) เมื่อการที่เรื่องตนเองได้ถูกถ่ายทอดให้คนอื่นฟัง ได้เล่าออกมา มีน้ำเสียง
ก็ทำให้เราหวนกลับไปและเกิดความมั่นใจมากกว่าเดิม

http://i281.photobucket.com/albums/kk235/doxdoxmovie/moment-in-june_still05_dn.jpg

พล และ ปกรณ์ ปี 2542

คู่ของ พล และปกรณ์ ที่ต่างฝ่ายต่างต้องการจะกลับมาคืนดีกัน กลับเหมือนคู่ของ อรัญญาและกรุงในปี 2515
ที่ต่างฝ่ายต่างรักกัน แต่ทิ้งโอกาสไปทั้งคู่ แต่โชคดีที่คู่ของพล ยังมีเวลาที่จะตัดสินใจที่จะทิ้งไปหรือยังรักษาเอาไว้มากกว่า

เมื่อมองแล้ว ทั้ง 2 คู่นี้เหมือนกับ คู่เดียวกัน ที่เป็นตัวแทนของคนสมัยก่อน (ชาย-หญิง) และ อีกความรู้สึกหนึ่ง (ชาย-ชาย)ที่ไม่ว่าจะเป็นเพศอะไร ก็สามารถสื่อได้เหมือนกัน แต่เลือก ชาย-ชาย มาดีกว่าเพราะสร้างความแตกต่างในความรู้สึกเดิม ที่ความสัมพันธ์ไม่ว่าจะ ชาย-หญิง ชาย-ชาย หรือ หญิง-หญิง ต่างฝ่ายก็มีความรักที่ดีด้วยกันทั้งนั้น

http://i281.photobucket.com/albums/kk235/doxdoxmovie/moment-in-june_still20_dn.jpg

โอกาสครั้งที่สอง

เป็นประสบการณ์ส่วนตัวของผู้กำกับเองที่ต้องการมาสร้างหนัง ว่าด้วย โอกาสครั้งที่ 2
ที่บางคนอาจจะเคยเจอมัน บางคนอาจจะไม่เคยได้เจออีกเลย หรือ เมื่อเจอแล้วก็ยังรอคอยโอกาสครั้งที่ 3 ต่อไป
คำว่า โอกาส นั้น เป็นสิ่งที่ทุกคนยินดีที่อยากได้มันกันทั้งนั้น โอกาสก็คล้ายกับความรัก ที่ทุกคนต่างก็ต้องการ
แต่อยู่ที่เราจะเลือกมันหรือว่าจะทิ้งมันไป บางคน ได้รับโอกาสในความรักมาก ที่มีคนมาชอบเยอะ แต่ตัวเองก็ไม่เลือกที่จะเอาอันไหน และ ทิ้งมันไป บางคนก็รอคอยโอกาสนั้น ซึ่งขึ้นอยู่กับโชค เพราะคนบางคนที่ความรัก/โอกาส มาบ่อยกลับไม่เลือกมันไม่ต้องการมัน บางคนที่ไม่เคยเห็นคำนั้นเลย กลับรอคอยด้วยใจจดจ่อ แต่บางอย่างที่เรารอคอยและให้ความสำคัญกับมันยิ่งจะทำให้สิ่งนั้นมีคุณค่ามากกว่า จะเข้ามาเยอะและไม่ใส่ใจเลยสักอย่าง

http://i281.photobucket.com/albums/kk235/doxdoxmovie/03-1.jpg

Moment In June

เรื่องราวในหนังเกิดขึ้นวันที่ 31 พฤษภาคม แต่หนังไม่ต้องการให้ชื่อว่า A moment in may เพราะ ช่วงเวลาที่หนังแสดงออกไปนั้นมันคือ moment in may อยู่แล้วแต่ moment in june คือ ช่วงเวลาที่เหลืออยู่ที่ตัวหนังไม่ได้บอกว่าเป็นยังไง ช่วงเวลาที่อรัญญา ต้องอยู่คนเดียว ช่วงเวลาที่กรุงต้องเสียภรรยาไป ช่วงเวลาที่กรุงต้องเลี้ยงลูกคนเดียวช่วงเวลาที่ปกรณ์ต้องอยู่คนเดียว ช่วงเวลาที่พลหายไป มันเป็นช่วงเวลาที่เมื่อเราอยู่คนเดียวเราจะได้คิดไตร่ตรองถึงเรื่องที่ผ่านมา
ซึ่งอยู่ในช่วง June มากกว่า

นับเป็นหนังที่เน้นอารมณ์และได้อิทธิพลจาก In The mood for love อย่างเต็มขั้น ทั้งเพลงประกอบ โปรดักชั่นที่ภาพสวยสแนปช็อตไหนมาก็สวย เพลงย้อนยุค เกือบทุกอย่าง ทั้งที่เนื้อหาของเรื่องมีอยู่นิดเดียวแต่หนังดำเนินโดยใช้อารมณ์เป็นหลัก
หนังเลยค่อนข้างเนิบๆไปซักนิดบางฉาก

โดยรวมแล้ว หนังสร้างให้เราคิดอะไรเยอะแยะดี และ เพลงประกอบก็เพราะดี (ที่เป็นเพลงโปรดของพ่อทุกคน)
ฉากเต้นรำ ก็น่ารัก และการแสดงของนักแสดงทุกคนก็ถือว่าโอเค เหมือนกับเราดูหนังฝรั่งที่มีกลิ่นอายความเป็นไทยอยู่เลย

http://i281.photobucket.com/albums/kk235/doxdoxmovie/11.jpg

กลับมาสู่ช่วง Q&A ที่เป็นช่วงตอบคำถามกับผู้กำกับที่มีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติชมอยู่
โดยส่วนใหญ่ชาวต่างชาติมักถามถึงช่วงต่างๆ เหตุผลที่เลือก ทุนรายได้ แต่คนไทยนั้น กลับชี้ให้เห็นถึงจุดอ่อนชัดๆ
ของชาติเราคือ ชาติเรายังไม่ยอมรับในเพศที่ 3 ในการตอบคำถามมีคนถามถึงเรื่องคู่เกย์อยู่มากที่ทำไมต้องเลือกใช้ความรักด้านนี้
ถ้าเป็นชายหรือหญิงจะไม่ปกติกว่าหรอ ทั้งๆที่จริง ความต้องการจริงๆของผู้กำกับคือ ไม่ว่าเพศใดก็ได้แต่ต้องการสิ่งที่แตกต่างมากกว่า
แต่คนไทยเรามักจะมองว่าเรื่องนี้ เป็นเรื่องไม่ปกติ และทำให้หนังดูมีจุดด้อยเพราะแค่เลือกใช้คู่เกย์

คนที่รักเพศเดียวกันส่วนใหญ่ หนังมักจะเสนอในแง่มุมที่ร้ายๆ เช่น รักกันไม่รอด เป็นเอดส์ตาย อีกฝ่ายต้องแต่งงานไป มีน้อยที่ความรักเพศเดียวกันจะสมหวัง แต่ทำไมคนไทยไม่มองถึงสิ่งดีๆที่ว่า ยังไงเขาก็อาจจะมีความรักมากกว่าต่างเพศกันก็ได้ เพราะการคบเพศเดียวกันนั้นมันมีปัญหาเป็นพื้นฐาน
อยู่เสมอจึงทำให้คนไทยปิดกั้นความคิดที่จะมองว่ารักเพศเดียวกัน เป็นสิ่งปกติ ซึ่งฝรั่งเขาไม่ได้ถามถึงเรื่องนั้นเลย

ฉันว่าคนไทยยังต้องพัฒนาความคิดอีกเยอะ!














Tropic Thunder

posted on 01 Nov 2008 17:55 by doxdoxchan  in movie

 

Tropic Thunder

 
http://i281.photobucket.com/albums/kk235/doxdoxmovie/tropic-thunder-poster.jpg

หนังตลกที่เป็นฝีมือการกำกับของ Ben Stiller เรื่องของเรื่องคือ
ตัวหนังทำเป็นหนังซ้อนหนังที่ เหล่าดาราใหญ่ทั้ง 3 ต้องมาถ่ายหนัง
สงครามเวียดนามฟอร์มยักษ์แต่ไปๆมาๆดันทำงบเจ๊ง เลยต้องจำใจ
เปลี่ยนบทจากกล้องโปรดักชั่นเว่อร์ก็มาเป็นกล้องเล็กแอบถ่ายตามป่า
โดยให้ผู้กำกับไปปล่อยดาราใหญ่ไว้ในป่าเผื่อที่จะให้นักแสดงสมจริงกับ
เหตุการณ์จริงๆ

แต่แล้ว เรื่องที่จากบทหนังก็กลายมาเป็นเรื่องจริง แต่ตัวดาราเองก็ยังไม่รู้คิดว่าเป็น
การแสดงต่อไป เยี่ยมจริงๆ

http://i281.photobucket.com/albums/kk235/doxdoxmovie/large_TT2blog.jpg

คนส่วนใหญ่มักคิดว่าเวลาดูหนังตลก comedy ไม่ว่าจะเป็นของนอกหรือของไทยเรา
มักจะเสียค่าตั๋วฟรีอยู่ประจำ กับมุกตลกที่ส่งมาตลอด ไม่ขำและยังใช้คำหยาบคาย
แต่เรื่องนี้กลับไม่ใช่ตลกอย่างนั้น แต่เป็นตลกที่ยังมีบทดราม่าดีๆ มีข้อคิดและสมจริง
มากกว่าหนังแอคชั่นทั่วไปอีกต่างหาก

http://i281.photobucket.com/albums/kk235/doxdoxmovie/tropic-thunder01.jpg

บางคนอาจไม่ชอบความตลก ของคนบางคน เพราะบางคนมองว่าการสร้างความตลก
เหมือนกับการเพิ่มจริตตนเอง แต่เรื่องนี้ใช้ความคิดพื้นฐานของคน ที่ทั้งธรรมดาจนไปถึงขั้น
จิกกัดฮอลลีวู้ดกันเองเลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง วงการธุรกิจ การค้าลิขสิทธิ์ โปรดักชั่นของการ
สร้างภาพยนตร์และดาราที่ต้องตะกายตนเองขึ้นมาสู่ยอดอีกครั้ง

http://i281.photobucket.com/albums/kk235/doxdoxmovie/41581148.jpg

Tugg Speedman - ดาราหนังแอคชั่นฟอร์มยักษ์ที่ยิ่งสร้างยิ่งถดถอย จนไปเล่นหนังดราม่าเพื่อต้องการจะได้
รางวัลออสการ์บ้าง แต่หนังกลับเน่าสิ้นดี โดนด่าสุดๆ จนต้องมาเล่น tropic thunder เพื่อแก้ชื่อให้ได้
Jeff Portnoy - ดาราที่เอาแต่เล่นหนังตลก ดูไร้สาระ ที่เอาข้อดี(หรือข้อเสีย)ตนเองคือผายลม ตลอดเวลา
เอามาทำหนัง ที่เตรียมสร้างภาค 2 อีก ทั้งยังติดยา
Kirk Lazarus - ดาราที่จริงจังกับการแสดง เพราะเคยได้ออสการ์มา 5 ตัวแล้ว จริงจังจนเกินไป
ขนาดลงทุนศัลยกรรมสีผิวตัวเองเพื่อจะได้อินกับบทบาทที่เป็นคนดำ


และ นักแสดง อีก 2 นาย ที่คนหนึ่งอยากจะดังเพื่อจะได้มีสาวๆหลง อีกคนเล่นเพื่อ ต้องการสร้างชื่อให้ชนชาติผิวดำของตัวเอง
ที่เล่นหนังเพื่อชาติบ้าง

http://i281.photobucket.com/albums/kk235/doxdoxmovie/tropicthunder-groupimg.jpg


หนังสามารถรวบรวมความสนุกที่ถือว่าครบถ้วนและรวมเอาดาราใหญ่ๆของฮอลีวู้ดมาป๊ะกันได้อย่างดี
ทั้ง บทของ ตัวเอกทั้ง 3 ที่ดูท่าทาง Robert Downey Jr. จะขโมยซีนที่สุด 55
และการพลิกบทบาทสุดๆของดาราใหญ่ ที่เราอาจจะรู้ตอนช่วง end credit เลยก็ได้ !!

เมื่อดูหนังจบก็มีประเด็นกลับมาให้ต่อ คือ

นักแสดง หรือ คนที่ไม่มีตัวตน

ในช่วงหนังของหนังที่ สปีดแมน พบว่านี่คือตัวตนที่แท้จริง เมื่อคุยกับ Lazarus ที่เล่นได้เฉียบคม
คว้าออสการ์ แต่ไหนคือตัวตนที่แท้จริงของ Lazarus หล่ะ เพราะเมื่อนักแสดงเล่น ถ้านักแสดงที่ดีก็คือ
ต้องเหมือนกับเราสวมบทบาท เข้าไปเป็นคนๆนั้นจริงๆ เราสวมอย่างงี้ไปเรื่อยๆ ในแง่ของการแสดง
คนก็มองว่าเราเล่นดี แต่คนไหนคือตัวเรา เพราะสปีดแมนที่เล่น simple jack เล่นบ่อยๆก็ยังรู้สึกว่าตัวเองเอ๋อไปเลย

คนทุกคนมีความเป็นตัวของตัวเองอยู่แล้ว แต่นักแสดง ในช่วงชีวิตของเขา 280 วันใน 365 วัน ต้องสวมบทบาท
เป็นคนอื่น ต้องมานั่งเรียนรู้ชีวิตของคนอื่นเพื่อที่จะได้เป็นคนๆนั้นจริงๆ จนบางทีเราก็อาจจะไม่รู้เหมือนกับว่า
ทุกวันนี้ที่นอกจากการแสดงแล้ว เราเป็นตัวตนจริงๆของเราหรือว่าเป็นตัวละครตัวหนึ่งในหนังที่เราเคยแสดงไป

http://i281.photobucket.com/albums/kk235/doxdoxmovie/tropic_thunder3.jpg

หนังออสการ์ กับ หนังที่คนชอบ

ถึงแม้ หนังของ Lazarus จะคว้าออสการ์ในหลายๆสาขา หนังดีอย่างงั้นอย่างงี้ สมควรแล้วที่ได้รับรางวัล
แต่พูดตรงๆกับความจริงเลย มีใครเคยอยากจะดูหนังออสการ์อีกรอบมั๊ย? หรืออยากดูเรื่องนี้ชอบมาก
หนังออสการ์ส่วนใหญ่ มีทั้งแง่คิด ความเป็นดราม่า เรื่องของชีวิตให้ดู ดูแล้วให้คิดต่อ
แต่หนังก็คือ หนัง ที่ประเด็นหลักของมันคือ ความบันเทิง ที่คนดูเมื่อออกจากโรงไปแล้วรู้สึกดีที่ได้ดู
ไม่ใช่ว่า ดูจบแล้วต้องมานั่งคิดต่อว่าอะไรเป็นยังไง เพราะหนังส่วนใหญ่ที่ได้ออสการ์นั้น คนธรรมดาอย่างเรา
ชอบบอกว่า ดูไม่รู้เรื่อง เพราะมันเป็นหนังสำหรับคนที่ high education เท่านั้น ที่จะตีความยากๆอย่างงี้ออก
ดังนั้น ความเป็น professional ที่มาบอกว่าเรื่องนี้ดี เรื่องนี้กินใจได้อารมณ์ มันอาจจะดีสำหรับคนที่ดูหนังเยอะๆ
ต้องใช้ความคิดมากๆอย่างเค้า แต่อย่างเรา อย่างชาวเวียดนาม แค่ได้ดู simple jack คนชอบก็พอใจแล้ว

ดาราบางคนอยากได้ออสการ์ อย่างสปีดแมน ที่ออสการ์คือรางวัลสูงสุดของนักแสดงก็เถอะ
แต่จุดประสงค์ที่แท้จริงคือการที่คนดูชื่นชอบไม่ใช่หรอ ?

บางทีฉันยังชอบดู Click ที่ตามเวบวิจารณ์บอกไม่ดี แต่ทำเราน้ำตาไหลได้มากกว่า Atonement
ที่ดีนักหนา กินใจมาก แต่เราก็ไม่ได้ชอบขนาดนั้น ใช่รึเปล่า?









ไชยา

posted on 13 Oct 2008 17:00 by doxdoxchan  in movie


ไชยา

http://i281.photobucket.com/albums/kk235/doxdoxmovie/posterb1.jpg

มองกันที่หน้าหนังก่อน มันเป็นการโปรโมทที่ผิดมาก
ที่ไชยาเลือกที่จะเดินตาม ต้มยำกุ้ง องก์บาก ที่เน้นแอคชั่น
มากกว่าบทภาพยนตร์ ตามหลักการ Advertising แล้ว
ถ้าเราตามเขา เราจะไม่มีทางเด็ด !

ถ้าไชยาเลือกที่จะ โดดออกมาว่า เน้นดราม่ามากกว่าแอคชั่นเว้ย
คนอาจจะดูมากกว่านี้ ด้วยโทนของหนังที่เริ่มเหมือนลายเซ็นผู้กำกับ
มุมกล้อง คอสตูม ที่เนี้ยบทุกรายละเอียด และที่สำคัญเรื่องนี้ไม่ใช่
แค่เพียง หนังแอคชั่น มวยไทยต่อยๆ

ว่ากันด้วยเรื่อง ของเพื่อนปักษ์ใต้ 3 คน
สนิทกันตั้งแต่เด็กๆ (อารมณ์หนังจีน) ที่ทั้ง 3 มีความฝันเหมือนกัน
ว่าจะได้ขึ้นชกในเวทีราชดำเนิน ทั้ง 3 จึงเดินทางมากรุงเทพเพื่อตามความฝัน

http://i281.photobucket.com/albums/kk235/doxdoxmovie/13.jpg

เปี๊ยก
- หน่วยก้านดี มีฝีมือดีอยู่แล้ว น่าจะเป็นคนที่อนาคตไกลที่สุด
ความรักก็สมบูรณ์ แฟนก็ดี แต่ด้วยอารมณ์ที่หุนหัน ไม่ใจเย็น
ความรักในมวยจริงของเขาทำให้ชีวิตเขาเปลี่ยนไป จากเดิมที่คิดว่าจะไม่ล้มมวย
เมื่อถูกคนที่ไว้ใจสั่งให้ล้ม อารมณ์ก็เลยเปลี่ยนและเดินทางเข้าสู่ นักเลง มากกว่านักมวย

สะม้อ
- หุ่นเป็นนักมวยไม่ได้ แต่ก็เลือกที่จะอยู่ข้างเพื่อนตลอด ไปไหนไปกัน
เป็นเพื่อนที่แบบนับว่าเจ๋งสุดๆ ในขนาดตอนสุดท้ายก็ยังเลือกที่จะช่วยเพื่อน
หีบเพลงที่เป่าเสียงเพราะมันได้ทั้งไพเราะและความเศร้าจริงๆ

เผ่า - พ่อเป็นนักมวยมาแต่ก่อนแล้ว เลือกที่จะเดินตามพี่ที่ถูกหาว่าล้มมวยมาก่อน
เลือกที่จะเป็นนักมวยที่ดี เล่นตามกติกา


เมื่อชีวิตทั้งสาม ที่จากเดิมเคยมีมิตรภาพมาก่อน หนังมักจะทำให้ถึงจุดเปลี่ยนที่ต้องหักล้างกัน
และฉากไคลแมกซ์คือต้องเลือกระหว่างจะเดินต่อไป เพื่อข้ามอีกคน หรือว่าจะ หยุดอยู่แค่นั้น

เมื่อเปี๊ยกเลือกที่จะเป็นนักมวยใต้ดิน จากมวยก็กลายเป็นนักเลง นักฆ่าให้หัวหน้า
จนไปถึงขนาดต้องมาฆ่าเพื่อนตัวเอง สุดท้ายแล้วเปี๊ยกเลือกที่จะยิงแต่เผ่าไม่ตาย
และทุกๆอย่างที่เคยทำมา เพราะคิดว่าตัวเองนั้นไม่มีคุณสมบัติพอที่จะเป็นนักมวยแล้ว
อยากให้เผ่าเดินทางในเส้นทางนี้ต่อไป จึงยอมสละตัวเองให้ตัวเองแย่คนเดียวพอ

The image “http://i281.photobucket.com/albums/kk235/doxdoxmovie/9.jpg” cannot be displayed, because it contains errors.

http://i281.photobucket.com/albums/kk235/doxdoxmovie/000.jpg

นับว่า เป็นหนังไทยที่ดีมาก ที่หลายๆคนมองข้ามไปเพราะแผนโปรโมท(จะพูดอีกกี่รอบ)
เพราะตอนนี้หนังไทยอย่าง GTH หรือรักแห่งสยาม เน้นไปว่า หนังไทยคืออารมณ์หนังกุ๊กกิ๊ก
มีฟ้อนเรียบ ที่ตอนนี้ Ciche' เกินไปละ และหนังผีหนังตลกที่ฝืดอยู่เป็นประจำ

แต่ ไชยา คือหนังไทยสมัยนี้ที่ใช้เรื่องของ สมัยก่อน มาเล่น มีความเป็นไทยอยู่ในตัวสูง
ตั้งแต่โลเกชั่น ภูเขาทองที่ฉายบ่อยๆ ไปถึงเวทีมวยที่เป็นเอกลักษณ์ของไทยสุดๆ

การเล่าเรื่อง เลือกที่จะให้ สนเดอะสตาร์ เป็นบทพูดนิดหน่อยเพื่อให้คนดูเข้าใจ และแนะนำตัวเจ้าพ่อ
ต้องมีชื่อประกอบ เท่มาก 55 ชอบ พร้อมทั้งภาษาที่พูดใต้หมดเลย อยากจะได้ซับจริงๆ

The image “http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/245/9245/images/Movie/Chaiya/10.jpg” cannot be displayed, because it contains errors.

นักแสดง ทุกคนดูเหมือนมาจากเรื่องเดียวกันหมด ทั้งนักแสดงนำ นางเอก ตัวประกอบ
ที่ไม่มีใครเล่นแข็ง เล่นได้กวนตีนได้ใจมาก (โดยเฉพาะโซ้ยตี๋ เลวจริงๆ)

ดนตรี ซาวน์เท่บางฉาก ตั้งแต่ฉากแอคชั่น ที่จังหวะ เต้นได้อยู่เลยนะ
แต่ฉากใกล้จบที่เป็นเสียงหีบเพลง เศร้าอย่างบอกไม่ถูกจริงๆ

เรื่องนี้ คือ มิตรภาพ ลูกผู้ชาย ความรัก วงการมวย ล้มมวย เจ้าพ่อ  ชัยชนะ

สรุป ไชยา เป็นหนังไทยที่ดี ที่คนอื่นมองข้ามไปนานแล้ว แต่ก็ยังดีที่ฝรั่งเศสได้รับการยอมรับ
ประเทศไทยเท่จัง !

 

ปล เรื่องนี้ชอบ จี๊ดแสงทอง กับ เผ่า มาก 55 เด็ดทั้งคู่ !!  

Eagle Eye

posted on 13 Oct 2008 16:51 by doxdoxchan  in movie

 

 

Eagle Eye

http://farm4.static.flickr.com/3289/2670187926_675d4a28ea.jpg?v=0

ตัวอย่างหนังทำน่าดูมาก
ที่อยู่ๆ มีใครก็ไม่รู้มาบงการให้คุณทำอะไรซักอย่างเพื่อข้อแลกเปลี่ยน
คล้ายกับ 13 แต่ 13 เลือกที่จะหยุดได้ แต่นี่ไม่ได้

เจอร์รี่ ชอว์ พนักงานร้านซีร็อกซ์ธรรมดาที่ชีวิตรันทดมาตั้งแต่เด็ก
พี่ชายฝาแฝดที่เรียนก็เก่ง และเหมือนตัวเองหมด แต่ตัวเองกลับเป็นผู้ตามเสมอ
พ่อก็ไม่รัก รักพี่ชายมากกว่า พี่ชายประสบความสำเร็จในชีวิต แต่ตัวเองแค่เงินกด ATM ยังไม่มีเลย

ราเชล แม่ที่เลี้ยงลูกตัวคนเดียว เลิกกับพ่อไป วันๆเอาแต่ทำงานเพื่อลูก
ลูกมีงานประกวดดนตรีก็ยังไปดูไม่ได้ เพราะไม่ว่าง

อยู่ๆก็มีคำสั่งผู้หญิงที่ไหนไม่รู้มาสั่งให้สองคนนี้ทำภารกิจบางอย่าง
ที่อ้างตัวว่า ตัวเองคือ สหรัฐอเมริกา และสามารถควบคุมระบบทุกอย่างได้
ตั้งแต่ไฟจราจรยันป้ายไฟบิลบอร์ด ทำให้ทั้งสองไม่มีทางเลือกสุดท้ายก็ต้องทำ

 

Eagle Eye Movie



ฉากแอคชั่นในเรื่องถือว่าเด็ดอยู่ ตั้งแต่ในอุโมงค์ หรือ ช่วงแรกๆ ที่มันส์ดี
แต่ไม่ชอบตอนสุดท้ายที่หนังมาหักมุมและเฉลย กลายเป็นว่าจาก Triller ต้องมาเป็น
หนังอะไรซักอย่างที่ปกป้องประเทศชาติเกินไปและเอาความผิดไปลงที่หุ่นยนต์
กลายเป็น WallE หรือไม่ก็ i,Robot ทันที เลย

Little Miss Sunshine

posted on 13 Oct 2008 16:15 by doxdoxchan  in movie

 

Little Miss Sunshine

 The image “http://www.moviesonline.ca/movie-gallery/albums/userpics/poster_LittleMissSunshine.jpg” cannot be displayed, because it contains errors.

 


บ้านนี้มีแต่คนขี้แพ้ทั้งนั้น

http://i281.photobucket.com/albums/kk235/doxdoxmovie/1.jpg

พ่อ - Richard Hoover
พนักงานเงินเดือน ที่สร้างทฤษฎีการเป็นผู้ชนะ 9 ขั้น
หลีกหนีจากการเป็นผู้แพ้ ห้ามแก้ตัว อย่าแสดงจุดด้อยให้คนอื่นเห็น
แต่โครงการดันล่ม เจ้านายไม่เอา ลูกค้าไม่ซื้อ

http://i281.photobucket.com/albums/kk235/doxdoxmovie/2.jpg

แม่ - Sheryl Hoover
แม่บ้านธรรมดา สูบบุหรี่แล้วบอกว่าจะเลิก
เอือมระอากับครอบครัว พี่ชายก็ดันจิตๆหน่อยอีก

http://i281.photobucket.com/albums/kk235/doxdoxmovie/4.jpg

น้า - Frank Ginsberg
น้องชายแม่ เป็นโฮโม เรียนก็เก่งได้รางวัลแต่ดันชอบผู้ชาย
ผู้ชายคนนั้นดันไปชอบ(ผู้ชาย)ที่ได้รางวัลที่ 2 ชีวิตรันทด
เลยตัดสินใจฆ่าตัวตาย แต่ดันรอด

http://i281.photobucket.com/albums/kk235/doxdoxmovie/5.jpg

ปู่ - Edwin Hoover
แก่ใกล้ตายแล้ว แต่ยังอารมณ์ขัน เล่นยาอีก เป็นปู่ที่ดี
แต่ลูกไม่ค่อยรัก อาศัยอยู่ในบ้านด้วย ชอบพูดจาหยาบๆ
แต่แบบเหมือนคนสมัยก่อนชอบพูด ลูกชายก็เลยด่า

http://i281.photobucket.com/albums/kk235/doxdoxmovie/3.jpg

ลูกสาว - Olive Hoover
บังเอิญได้เข้าประกวด Little Miss Sunshine ที่แคลิฟอร์เนีย
ทั้งบ้านเลยอยากไปเชียร์ หุ่นอ้วนๆกลมๆ เป็นเด็กสุด กล้าแสดงออก
แต่ขี้กังวลนิดหน่อย ดูเป็นปกติที่สุดในบ้านนี้ละ

http://i281.photobucket.com/albums/kk235/doxdoxmovie/6.jpg

ลูกชาย - Dwayne Hoover
อยากเป็นนักบิน สัญญากับตัวเองว่าถ้าเป็นไม่ได้จะไม่พูด
ก็ไม่พูดเลย ตอนหลังรู้ว่าตัวเองตาบอดสี เป็นนักบินไม่ได้ เศร้าหนักอีก

http://www.artloversnewyork.com/zine/wp-content/photos/little_miss_sunshine_l_.jpg

รถ โฟล์คเหลือง
รถเก่าแล้ว แอร์ก็ไม่มี แถมประตูก็เสีย สตาร์ทก็ไม่ติด ต้องเข็นแล้ววิ่งขึ้นอีก

http://www.winonlyriders.net/thelostforum/cinema/LittleMissSunshine1.jpg

http://www.movie2movie.nl/share/images/photo/full/5781_787013_little_miss_sunshine_2.jpg


เมื่อคนทั้ง 6 และ รถ 1 คัน ต้องเดินทางไปยังแคลิฟอร์เนียเพื่อให้ โอลีฟไปประกวดให้ได้
เป็นภาพยนตร์แบบ Road Movie ที่ดำเนินเรื่องไปเรื่อยๆ ยิ่งเวลาผ่านไป
ครอบครัวนี้ก็รักกันมากขึ้น และถึงพวกเขาจะขี้แพ้ แต่ก็แพ้ทั้งที่ยังมีครอบครัว 

Mongol

posted on 13 Oct 2008 15:49 by doxdoxchan  in movie

 

Mongol

The image “http://i281.photobucket.com/albums/kk235/doxdoxmovie/mongol.jpg” cannot be displayed, because it contains errors.

จะว่าเป็นหนัง Documentary ของเจงกีสข่าน ก็ไม่ได้
จะว่าเป็นหนัง Drama ในช่วงชีวิตหนึ่งของเจงกีสข่านน่าจะถูกกว่า

เรามักจะนึกแต่ภาพที่สู้รบสะบั้นหั่นแหลกกัน แต่จริงๆแล้วจิตใจมนุษย์ทุกคน
ล้วนมีความอ่อนโยนอยู่ด้วยกันทั้งนั้น

http://i281.photobucket.com/albums/kk235/doxdoxmovie/mongol_06.jpg

http://i281.photobucket.com/albums/kk235/doxdoxmovie/mongol_05.jpg

http://i281.photobucket.com/albums/kk235/doxdoxmovie/mongol_04.jpg


เตมูจิน มีพ่อเป็นข่าน(หัวหน้าเผ่า) ชีวิตก็ดำเนินไปเหมือนกับข่านทั่วไป เพื่อที่รอเวลา
สืบทอดที่จะเป็นข่านเหมือนพ่อ ฉากแรกเริ่มที่ เตมูจินต้องเดินทางไปเลือกคู่กับเผ่าอื่น
และเขาก็เลือกเด็กหญิงที่คุยกะเขาคนเดียว จนก็ได้หมั้นหมายกันไว้
แต่แล้วชะตากลับไม่เป็นเหมือนที่วางไว้ เพราะพ่อเขาถือในเกียรติความเชื่อใจ ก็เลยถูกวางยา
ลูกน้องก็ทรยศ ทรัพย์สินโดนยึดหมด แถมตัวเองถ้าโตเป็นวัยรุ่นเมื่อไหร่จะโดนฆ่าแน่

http://i281.photobucket.com/albums/kk235/doxdoxmovie/mongol_09.jpg

http://i281.photobucket.com/albums/kk235/doxdoxmovie/mongol_11.jpg

http://i281.photobucket.com/albums/kk235/doxdoxmovie/mongol_07.jpg

http://i281.photobucket.com/albums/kk235/doxdoxmovie/mongol_14.jpg

ตัวละครที่ชอบในเรื่องนี้ คือ จามุกฮา ผู้ที่เป็นพี่ชายร่วมสาบานของเตมูจิน
ที่ในวัยเด็ก เตมูจินโซซัดโซเซ ไม่รู้จะไปยังไงต่อไปก็ได้เจอกับจามุกฮา ได้ช่วยเขาเอาไว้
หนังเลยผ่านช่วงชีวิตของเตมูจินไปเรื่อยๆ จนเขาเติบใหญ่
และกลับมาหา บอร์เต้ ภรรยาที่หมั้นหมายเอาไว้ตอนเด็กๆ และได้เจอกับจามุกฮาอีกที
จนได้แก้แค้นได้สำเร็จ จนผิดใจกับจามุกฮาและสุดท้ายเป็นศัตรูกัน

เมื่อช่วงชีวิตของเตมูจินมองเห็นมองโกลมาเยอะ จึงอยากที่จะรวบรวมให้เป็นปึกแผ่นเดียวกัน
เขาจึงได้เป็น เจงกีสข่าน

จามุกฮา กับ เตมูจิน

The image “http://files.list.co.uk/images/2008/05/22/mongol.jpg” cannot be displayed, because it contains errors.

http://i029.radikal.ru/0710/d7/407c09851bb3.jpg


พี่น้องร่วมสาบานกัน จามุกฮาเป็นพี่มักจะให้เตมูจินเสมอ ด้วยฐานะและอำนาจที่มีอยู่ก่อนแล้ว
ฉันชอบจามุกฮาที่ดูเป็นพี่ที่รักน้องมาก และเตมูจินที่ไม่เคยจะสนใจในความเป็นพี่น้องนี้เลย
มีแต่ขอความช่วยเหลือ อยากได้อะไรก็ขอจามุกฮา พอตัวเองมีอำนาจก็ยังเอาทหารเขาไปอีก
สุดท้ายยังมาเป็นศัตรู ทำทัพจามุกฮาแพ้อีก เป็นน้องประสาอะไร

แต่ถ้าเป็น ความเป็นชาย นั้น จามุกฮามีมากกว่าที่ยอมรับว่าแพ้ และยังหัวเราะในความเก่งกาจของน้อง
ที่แม้น้องจะเอาอะไรของตัวเองไปเท่าไหร่ก็ไม่สนใจ สนุกกับการดำเนินชีวิตมากกว่า

นับว่าเป็น หนังแอบสารคดีนิดๆที่ดูได้เรื่อย ทั้งดราม่าแอคชั่น ความรู้หน่อยๆ
ผู้ใหญ่คงจะถูกใจแต่เด็กอาจจะดูยากนิดนึง แต่เราก็ได้เห็นเบื้องหลังของเผ่ามองโกลว่าเขาเด็ดยังไง

ปล. คอสตูมเท่เป็นบ้าเลย อยากอากาศหนาวแบบนั้นมั่ง!!
ปล2 . ตอนที่เตมูจิน ร่อนเร่นี่ ฉากสวยจริงๆ ตั้งแต่ภูเขายันทะเลทราย
ปล3 . ใครไม่กลัวฟ้าผ่าได้เปรียบ ดนตรีตอนฉากนั้นก็เด็ดจริง

The Chronicles of Narnia: Prince Caspian

posted on 13 Oct 2008 15:32 by doxdoxchan  in movie


The Chronicles of Narnia: Prince Caspian

http://z.about.com/d/movies/1/0/u/F/Q/princecaspianposter.jpg

จากภาค 1 ที่สี่พี่น้องได้เข้ามาอยู่ในดินแดนอาณาจักรนาร์เนีย
คราวนี้เขาได้กลับมาอีกแล้ว และพบว่าอาณาจักรของเขาล่มสลายไป
มีกลุ่มคนกลุ่มใหม่ตั้งตน และยึดอำนาจไว้ จนชาวนาร์เนียต้องหลบๆซ่อนๆ

Prince Caspian เป็นเจ้าชายของอีกฝ่ายหนึ่งที่ต้องหนีออกมา เพราะว่า
มุกเดิมๆที่ มีคนทรยศท่านพ่อและจะตั้งตนเป็นใหญ่แทน จนได้มาอยู่พวกเดียวกับสี่พี่น้อง

The image “http://media.movieweb.com/galleries/3852/2986/lo/narnia2_02.jpg” cannot be displayed, because it contains errors.

งานนี้สี่พี่น้องได้เรียนรู้เรื่องการตัดสินใจที่จะเป็นผู้นำมากขึ้น
ปีเตอร์ที่มีบทเด่น เข้าสู่วัยรุ่น การตัดสินใจหุนหันและเมื่อตนเองได้รับตำแหน่งผู้นำมา
เจ้าชายแคสเปียน ที่โดนแย่งราชบัลลังก์และอยากจะฆ่าคนที่ฆ่าพ่อ ก็ทำให้เสียแผน
การสูญเสียครั้งนี้ ทำให้ชาวนาร์เนียตายไปเยอะ นับว่าเป็นการสูญเสียครั้งสำคัญ ที่ทั้ง 2 ได้เรียนรู้

http://lh3.ggpht.com/sravkumz/SAzN4LRuCBI/AAAAAAAACRs/3FavFNqyU9s/William%20Moseley,%20and%20Skandar%20Keynes,%20Ben%20Barnes,%20Anna%20Popplewell%20and%20Peter%20Dinklage_thumb%5B4%5D.jpg

การการตามหา อัสลาน ที่ปรากฎตัวในตอนหลังๆ ถามว่าทำไม
ถ้าคนเรามีที่พึ่ง มีผู้นำอยู่ตลอดเวลา เราก็ไม่คิดที่จะช่วยตัวเองเลย เอาแต่พึ่งอัสลานอย่างเดียว
อัสลานไม่ได้ทิ้งนาร์เนียไป แต่ต้องการสอนให้ชาวนาร์เนียลองทำอะไรเองซะบ้าง

ถ้าเราขาดความเชื่อ จินตนาการและความเป็นเด็กลดลง เราก็จะยิ่งมองอัสลานไม่เห็น
เหมือนกับลูซี่ที่เห็นอัสลานคนเดียว แต่ก็ไม่มีใครเชื่อ
ลูซี่เชื่อว่าต้องตามหาอัสลาน แต่ฝั่งพี่ๆ คิดว่าเราต้องสู้ด้วยตัวเอง โดยขาดความเชื่อใจน้อง
ทำให้ได้บทเรียนอย่างหนักเช่นกัน

The image “http://z.about.com/d/movies/1/0/L/L/R/princecaspianpic17.jpg” cannot be displayed, because it contains errors.


ตราบใดที่เรายังมีจินตนาการอยู่ เมื่อนั้นอัสลานจึงปรากฎมาให้เราเห็นเอง

ภาคนี้เอาส่วนด้อยของภาคก่อนมาแก้ให้ดีขึ้น ส่วน production ก็ยังคงอลังการ์เว่อๆอยู่เหมือนเดิม
ตั้งแต่ makeup ยัน เทพน้ำที่โผล่มาตอนท้าย เสียดายแม่มดขาว โผล่มาแว้บๆเอง