Wanted

หน้าหนังบ่งบอกถึงแอคชั่นดุเดือดเผ็ดมันส์เอาไว้แล้ว
แต่ภายในตัวหนัง กับมีอะไรมากกว่าแอคชั่นอย่างเดียว
เป็นงานที่แปลกขึ้น เมื่อผู้กำกับชาวรัสเซียมากำกับหนังฮอลลีวู้ด
Timur Bekmambetov ขอพักงานหนังภาคต่อของ
daywatch nightwatch มากำกับเรื่องนี้ก่อน
ในตัวของหนัง เหมือนแบ่งเป็นสองส่วน
คือส่วนแรก ที่หลอกคนดูให้เชื่อว่าตั้งแต่หน้าหนังว่าเป็น หนังแอคชั่น
ส่วนหลัง คือส่วนที่ทำให้คนดูรู้อีกว่า นอกจากเป็นหนังแอคชั่นที่ดีแล้ว
ยังเป็นหนังที่แฝงปรัญชาไว้อย่างเยี่ยมอีกตังหาก
หลังจากดูหนังเรื่องนี้จบ
อยากจะขอบคุณโลกนี้จริงๆ ที่สร้างหนังเรื่องนี้ขึ้นมา
นอกจากเราจะได้เห็นฉากแอคชั่นเด็ดๆ การถ่ายแปลกๆที่กระตุก
กระตุ้นอารมณ์ และ ข้อคิดปรัชญา และฉากที่ไม่มีในตัวอย่างหนัง
หนังเล่นประเด็นไว้เยอะ

1. ชีวิตของเรา -
เปิดตัวด้วยพระเอกนักบัญชี วันๆมีชีวิตที่โคตรเซ็ง
งานก็ไม่ลงตัว แฟนก็มีชู้กับเพื่อนสนิท ชีวิตการเงินก็ฝืด อะไรๆก็ไม่ดี
ขนาด search ชื่อตัวเองใน google ยังไม่พบ !
แต่แล้ว อยู่ๆก็มีรถสปอร์ต(พร้อมสาวสวย) วิ่งเข้ามารับ แล้วก็บอกว่า
เรามีสายเลือดของนักฆ่าอยู่ เราได้รับการฝึก จนยิงกระสุนวิถีโค้งได้
จนเราได้กลายเป็นสุดยอดนักฆ่า ขนาดเราอยู่บนรถไฟยังฆ่าคนได้เลย
(ทำไมช่างเจ๋งงี้เนี่ย !!)
เมื่อชีวิตปกติ อันแสนน่าเบื่อของเรากลับมีอะไรแปลกไป
เหมือนสิ่งที่เราถูกสอนให้เชื่อมาตั้งแต่ต้น
ที่ เรียนดี มีงานทำ แต่งงาน มีครอบครัว
มีหนังไม่รู้กี่เรื่องต่อกี่เรื่องสอนเราไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบแล้วว่า
ถ้าทำแบบนี้มันน่าเบื่อ แต่เราก็ยังทำมันวนเป็นวัฎจักรอยู่อย่างงั้น
เพราะเรา playsafe ไงหล่ะ !
แต่ก็มีหนังไม่รู้ต่อกี่เรื่องเหมือนกัน
ที่พระเอกจากคนธรรมดากลายมาเป็นคนพิเศษ
เมื่อเรารู้ตัวเองว่า ฉันคือคนพิเศษ ก็มีหนังไม่รู้ต่อกี่เรื่องที่บอกเราว่า
ยังไงเราก็เป็นคนที่ถูกเลือก เราคือผู้พิเศษ
ทำให้เรามองข้ามขั้นตอนไปได้
อย่างสไปเดอร์แมน เป็นคนพิเศษเพราะได้รับพลัง
แต่กับ เวสลีย์ เป็นคนพิเศษเพราะเขามีสายเลือดนักฆ่า เขายิงกระสุนวิถีโค้งได้
แต่ก่อนหน้าที่จะเป็นคนพิเศษ มันก็ต้องผ่านการฝึก
เวสลีย์ ใช้เวลากับการฝึกที่โรงทอผ้าไปเยอะอยู่ (จนพวกเราเกือบหลับ)
แต่ก่อนหน้าที่เขาจะฝึก เขาก็คิดเหมือนเราแหละ
ที่คิดว่าตนเองเป็นคนพิเศษตั้งแต่ต้น
ไม่เห็นจะต้องฝึกเลย เพราะยังไงเราก็เป็นคนพิเศษอยู่วันยันค่ำ
เรื่องนี้ได้เปลี่ยนชีวิตนักบัญชีธรรมดา กลายมาเป็นนักฆ่าซะแล้ว!
2. ฟ้าลิขิต หรือ เราลิขิตเอง
โรงทอผ้าเป็นอาชีพจริง แต่ก็ได้ผลิตนักฆ่า
เมื่อ เครื่องทอแห่งโชคชะตา ทอผ้าผิด ซึ่งเราก็มองว่า
จริงๆแล้วมันคือ สิ่งที่พระเจ้าบอกมาว่า ให้สมควรฆ่าคนไหน
ถ้า คนนั้นมีชื่อโผล่มาในผ้า (ที่แบบต้องตีรหัสเอา)
เราก็ควรฆ่าเขาก่อน ก่อนที่เขาจะฆ่าคนอีกเป็นพัน
ยอมเสีย 1 ดีกว่าเสีย 100
แต่อะไรเป็นตัววัดว่า สิ่งที่ออกมาจากเครื่องทอนั้นถูก
รอยต่อผิด ตีออกมาเป็น alphabet แล้วก็เป็นชื่อคนนั้น
เมื่อเราถูกชี้ทางโดยฟ้า ไม่ใช่ตัวเราเอง
เหมือนกับเวสลีย์เลือกที่จะไม่ฆ่าตอนบนรถไฟ
เพราะไม่รู้ว่าเขาผิดอะไร เราจะยอมให้ฟ้าชี้เราว่า
คนนี้สมควรตาย เราควรฆ่าเขา หรอ?
ฟ้ากำหนดมาจริงๆ หรือ ใครซักคนกำหนดแล้วอ้างว่าฟ้ากำหนด
วิถีกระสุนโค้ง ก็เป็นเรื่องที่ฟ้ากำหนดหรือเรากำหนด
ตกลงแล้ว ใครเป็นกำหนดให้กระสุนออกมาเป็นวิถีตรง
ถ้าเราเกิดมาตั้งแต่ต้นแล้วถูกสอนให้เชื่อว่า
กระสุน มันเป็นวิถีโค้ง เราก็จะพยายามให้มันเป็นโค้งให้ได้
แต่เมื่อเราถูกสอนว่า มันคือวิถีตรง เป็นวิถีโค้งไม่ได้
เมื่อมีคนบอกว่า ยิงวิถีโค้งได้ เราก็กลับมองว่าเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้
นั่นคือสิ่งที่ถูกหรือ?
3. อุดมการณ์ หรือ เอาตัวรอด
มันเชื่อมกับฟ้ากำหนดหรือเสรีภาพ
เมื่อความจริงแล้ว ทุกคนในโรงงานทอผ้ามีชื่อทั้งหมด
ในเวลานั้นเราจะยอมฆ่าคนที่รู้เรื่อง เพื่อเก็บความลับต่อไป
หรือทำตามวิธีที่เราทำมาตั้งแต่ต้น คือ มีชื่อ ฆ่าทิ้ง
แล้วถ้านั่นเป็นชื่อเรา
ฟ็อกซ์เลือกอุดมการณ์โดนในเมื่อฟ้ากำหนดมาแล้วว่าตนเองรกโลก
เธอก็ตัดสินใจฆ่าตัวตาย
ในความคิดนั้น สิ่งที่ทำให้เธอมองว่าอุดมการณ์สำคัญคือ
เธอเชื่อมันใน คำใบ้ที่ออกมาจากผ้า
เพราะในผ้าเคยมีชื่อของคนที่ฆ่าครอบครัวเธอ
ถ้าเธอไม่ตัดสินใจฆ่าตัวตาย ก็เหมือนกับว่า ตนเองทรยศกับอุดมการณ์
ที่เลือกมาตั้งแต่ต้น
เหมือนกับเราเกลียดอะไร แต่เรากลับทำเอง
ตกลงแล้ว ชีวิตคุณหล่ะ นั่งทำอะไรอยู่?
จะให้ สังคมกำหนด ทุนนิยมกำหนด ฟ้ากำหนด หรือ ตัวเรากำหนดเอง?
/ ฉันไม่เคยชอบแองจี้เลย แต่พอมาเล่นเรื่องนี้ โคตรเท่! เลย
/กราฟฟิคเรื่องนี้ เท่ชะมัด ฉากกระจก ฉากยิงปืน !! เห็นแล้วอยากจะใช้ท่าพระเอก 55
#1 By som (125.24.31.15) on 2008-09-24 22:28