Summer Palace
posted on 17 Aug 2008 00:27 by doxdoxchan in movieSummer Palace
โปสเตอร์อันนี้ กราฟฟิคดีมาก ดูตัดทอนเชียว
หนังที่ถูกต่อต้านจากรัฐบาลจีน ด้วยเหตุผล 2 ประการ คือ
1 มีฉากกล่าวถึงประวัติศาสตร์จีน เกี่ยวกับนักศึกษาในจตุรัสเทียนอันเหมิน
2 มีฉากทางเพศที่โจ่งแจ้งเกิน รับไม่ได้
ถ้าบอกว่า summer palace เทียบกับ Lust,Caution
จากที่ฟังมาบอกว่า summer ทำให้ lust เป็นหนังครอบครัวได้
ขอตอบว่า ไม่จริง เถียง 100 เปอร์เซ็นต์ เลย !!
Lust,Caution ต้องมีฉากเซ็กส์เพื่อช่วยเป็นจุดยืนระหว่างพระเอกและนางเอก
ที่แสดงถึงความไว้ใจ ความต้องการ และ ความซื่อสัตย์
แต่ Summer Palace มีฉากเซ็กส์เพื่อแสดงจุดยืนของนางเอกเช่นกัน
ที่ต้องการทางเพศ และ ต้องการเป็นที่ยอมรับจากฝ่ายชาย
ต้องการความรักที่สมบูรณ์แบบ จนบางฉากคิดว่า ไม่จำเป็นต้องมีด้วยซ้ำ
แต่ผู้กำกับก็ตอกย้ำด้วยฉากนี้ นอกจากนางเอกแล้วยังมีตัวละครอื่นๆที่ยังต้องเล่นฉากนี้ด้วย
Lust,Caution เล่าถึงกลุ่มนักศึกษากลุ่มหนึ่ง
ที่ต้องการช่วยชาติโดนวิธีที่คิดกันเอง และอุปโลกน์คนขึ้น
เพื่อเข้าใกล้ผู้นำของอีกฝ่าย โดนให้ผู้หญิงเข้าไป
และสุดท้าย ก็เป็นปมปัญหา ที่พรากอิสรภาพของเขาเกือบทั้งชีวิต
Summer Palace เล่าถึงกลุ่มนักศึกษากลุ่มหนึ่งเหมือนกัน
ที่คึกคะนอง ต้องการแค่ความสนุก ทั้งๆที่ไม่อินกับการเมือง
โดยการไปประท้วงที่จตุรัสเทียนอันเหมิน ทำให้ชีวิตของแต่ละคน
ต้องกระจัดกระจาย ย้ายไปอยู่เยอรมันบ้าง หรือ เมืองอื่นของจีนบ้าง
ซึ่งก็ทำให้ชีวิตเขาเปลี่ยนไปเช่นกัน

ทั้งสองเรื่องนี้ มีความคล้ายกันมาก ในหลายๆด้าน
ไม่ว่าจะเป็น ตัวหนังเลือกให้นางเอกเป็นตัวเล่าเรื่องและพระเอกเป็นคนเข้ามา
ตัวหนังมีพื้นหลังคือการเมืองที่เปลี่ยนชีวิตของทั้งคู่
ถึงตัวหนังจะเน้นที่นางเอกเป็นตัวหลักแต่ก็แสดงให้เห็นว่า ฝ่ายหญิงขาดฝ่ายชายไม่ได้
และฝ่ายชายจะเป็นผู้ตัดสินใจอยู่ตลอดเวลา ที่จะให้ฝ่ายหญิงอยู่หรือไปเหมือนเป็นเบี้ยล่าง เสมอ

หวังเจียจือ ใน Lust,Caution ในชีวิตที่ผ่านมาไม่เป็นที่ต้องการของฝ่ายชายแม้แต่น้อย
เธอหวังว่าจะได้เป็นที่ต้องการของคนที่เราชอบ แต่แล้ว คนที่เธอชอบก็เห็นเธอเป็นเครื่องมือ
เมื่อเธอได้พบกับ มิสเตอร์อี้ เขาตอบสนองความต้องการของเธอ ให้ความสำคัญกับเธอ
ก็ไม่ผิดที่ หวังเจียจือ จะหลงรักมิสเตอร์อี้ ถึงแม้ภารกิจจริงๆคือต้องฆ่าเขา

ยู่หง ใน Summer Palace ในชีวิตที่ผ่านมาก็ถูกแฟนเก่าทิ้ง ต้องละทิ้งทั้งครอบครัวและบ้านเกิด
เพื่อเข้ามหาลัยปักกิ่ง เมื่อพบกับ โจวเหว่ย ตามประสาวัยรุ่นที่ไปเที่ยว ตกหลุมรักกัน มีเซ็กส์
และช่วงนั้นเป็นช่วงที่จีนเปิดประเทศรับวัฒนธรรมตะวันตก ( 1988 ) ทำให้วัยรุ่นรักการมีอิสรภาพ
สามารถทำทุกอย่างได้ที่ใจคิดหรือสื่อออก จึงมีฉากเซ็กส์แบบโจ่งแจ้งและ
ทุกคนเห็นว่าเซ็กส์เป็นเรื่องธรรมดาในเรื่องก็ไม่แปลก
แต่ ยู่หงต้องการโจวเหว่ยมากถึงกับขาดไม่ได้ และตัวเองยังไม่รู้ จนสุดท้าย รู้ว่าต้องการเขามากแค่ไหน
แต่โจวเหว่ยไม่ได้ต้องการยู่หงมากเท่าที่เธอต้องการเขา
ทั้งหวังเจียจือ และ ยู่หง เหมือนกันคือ ต้องการเป็นที่ยอมรับของฝ่ายชาย
และคาดหวังอนาคตว่าจะอยู่กับคนที่รักและมีความสุข แต่เมื่อไม่เป็นเช่นนั้น
และต้องเสียอะไรต่อมิอะไรมากมาย เธอก็พร้อมที่จะสู้ต่อ
ทั้งสองเรื่อง ใช้มุมมองของผู้หญิงเป็นหลักที่ว่าเขาคิดยังไง จะทำอะไร
ซึ่งเน้นตามที่พูดไปแล้วว่า ฝ่ายชายเหมือนเป็นคนเข้ามาในชีวิตคนดูอย่างเรามากกว่า
ส่วนเรามีหน้าที่ที่ดูการเติบโตของฝ่ายหญิง ที่ทั้งสอง ตอนแรกเป็นสาวบ้านนอก ไม่ประสีประสา
แต่เมื่อเข้าสังคมก็ปรับตัวและสามารถใช้ชีวิตได้อย่างดี และเป็นผู้นำด้วยซ้ำ
ทำให้เพศหญิงเป็นเพศที่มีการพัฒนาตัวเองได้เพื่อทุกๆอย่าง มีความพยายามอดทน
ถึงแม้จะเสียเยอะแค่ไหนก็ไม่ยอมแพ้
ทางด้านการเมือง Lust,Caution มีการเมืองเป็นพื้นหลังที่เป็นสาเหตุให้นางเอกพบพระเอก
ที่ไม่รู้ว่าการเมืองช่วงนั้นเป็นอย่างไร เหมือนเป็นแค่ BG เฉยๆไม่ได้เน้น แต่เน้นว่าพระเอกคือตัวเอกนะ
ที่พวกนางเอกต้องเข้ามาฆ่า แค่นั้น
ส่วน summer palace ใช้การเมืองเป็นพื้นหลังที่เป็นสาเหตุให้นางเอกต้องแยกกับพระเอก
เพราะความคึกคะนองไม่รู้ประสีประสาตามประสาวัยรุ่นที่เพื่อนไปกูไปด้วย ขึ้นรถบรรทุกไป
ทำให้ชีวิตของแต่ละคนต้องหนีไปคนละทิศคนละทางและเกิดเหตุจารจลในหมู่นักศึกษา
เหมือน 6 ตุลา บ้านเรา
โจวเหว่ย ต้องไปอยู่ที่เยอรมัน ที่เป็นโลกคู่ขนานแต่สิ่งที่เหมือนกับปักกิ่งคือเสรีภาพ
เยอรมันต้องการทุบกำแพงเบอร์ลิน เหมือนกัน ที่โหลเหย่ ต้องการสร้าง
ส่วนปักกิ่ง ทุกคนก็อยากมีเสรีภาพ
หนังยืดเยื้อเวลาออกมาไปนานมาก ทั้งในตัวหนังประวัติศาสตร์ที่ตั้งแต่ฉันเกิด ปี 1988
จนถึงประมาณปี 2000 กว่าๆได้ เท่ากับชีวิตคนช่วงหนึ่งได้เลย
และนอกหนังที่ดูเหมือนจะจบ แต่ก็ไม่จบซักที ทำให้ลดอารมณ์ที่ดึงใจคนไปได้เยอะพอสมควร
ฉากสุดท้ายที่นางเอกและพระเอกมาเจอกัน จากที่ไม่ได้เจอกันมา 10 กว่าปี(ได้มั้ง)
มันช่างเจ็บปวดและกดดัน ไม่มีคำพูดใดๆออกมาแต่เราก็รู้สึกได้ถึงความรู้สึกที่
หวนกลับไปสมัยยังวัยรุ่น ความเสน่หา หรือ การปล่อยวาง ของนางเอก
มันเจ็บปวดจริงๆนะ

แต่ฉันยังเข้าไปไม่ถึงจุดนั้น เพราะคิดว่าการที่นางเอก
หลงรักพระเอกอาจจะไม่ใช่รักแท้ ตามที่คิดนะ
คือเหมือนว่าตัวนางเอกเองต้องการทางเพศมาก
และไม่มีใครทดแทนได้นอกจากพระเอก
จึงคิดว่าพระเอกนั่นแหละเป็นผู้ให้ทุกอย่างทำให้ชีวิตขาดไม่ได้
ต่อให้เลิกกับพระเอกและมีคนอื่นก็ลืมพระเอกไม่ได้ เพราะว่าชีวิตที่ผ่านมา
นางเอกมักจะเป็นฝ่ายปฎิเสธมากกว่าถูกปฎิเสธ และคิดว่าในเวลาขณะนั้นตัวเองได้
เป็นอิสระจากคครอบครัว มีชีวิตที่ทำอะไรก็ได้ในสังคมมหาลัย พระเอกเหมือนเป็นคนในช่วง
เวลานั้นที่มีความสุขก็เหมือนกับตัวแทน เมื่อได้พบพระเอกก็คือมีความสุข ความทรงจำในใจของนางเอก
จึงคิดแต่เรื่องนี้เมื่อคิดแล้วก็จะพบว่า ได้เจอเขาแล้วมีความสุข
จึงอาจจะกลายเป็นความต้องการ มากกว่า ความรัก
เหมือนประโยคที่บอกว่า เราเลิกกันเถอะ เพราะ ฉันขาดคุณไม่ได้
เหมือนกับนางเอกต้องการพระเอกมากเมื่อพูดประโยคนี้และตนเองคิดจะตัดตั้งแต่ต้นแต่ก็ทำไม่ได้
เพราะรู้ตัวเองว่ายังไงก็ตัดไม่ขาด
จนฉากสุดท้ายที่ นางเอกไม่ได้พบพระเอกนานแต่ตลอดเวลาก็เฝ้าเพ้อไปวันๆว่าเขาจะเป็นยังไงบ้าง
แต่พอมาเจอจริงๆแล้ว ความรู้สึกที่คิดถึง เมื่อไม่ได้เจอ กับความรู้สึกที่ได้เจอ
ทำให้เจ็บปวดและนึกถึงวันเก่าๆขึ้นมา จึงไม่มีคำพูดในฉากนั้นเลย
เน้นสื่ออารมณ์เป็นส่วนใหญ่
โดยรวมหนังดี ในระดับหนึ่ง ที่ควรดู
ปล. ดูจบ เข้าเซเว่น พบว่า มันออก CD แล้ว !!