charlotte's web (2006)
posted on 08 Nov 2008 17:56 by doxdoxchan in movie
charlotte's web , คุณค่าของคน กับโฆษณาไทยประกันชีวิตตัวใหม่

charlotte's web เรื่องของ สิ่งธรรมดา สองสิ่งมารวมกัน มักจะเกิดสิ่งไม่ธรรมดาขึ้น
อย่างคำว่า some บางอย่าง พอมาใส่คำนามเพิ่ม สิ่งนั้นก็เป็นสิ่งพิเศษ
เรื่องราวของ วิลเบอร์ หมูน้อยที่เกิดมาแล้วตัวแคระกว่าเพื่อน
พ่อของหนูเฟิร์น ลูกชาวไร่ พ่อจะฆ่าหมู เลยขอมาเลี้ยง
สุดท้าย เจ้าหมูวิลเบอร์ก็โดนย้ายไปอยู่ในฟาร์มของลุงเฟิร์น เพื่อรอวันเข้ารมควัน
ในระหว่างที่อยู่ในฟาร์ม วิลเบอร์ก็ได้ผูกมิตรกับเพื่อนต่างๆ (ที่ตอนแรกก็เหมือนไม่ค่อยสนใจ
กับชีวิตของสัตว์ที่ต่างคนต่างอยู่ ) วิลเบอร์หาเพื่อน จนได้เจอกับ ชาร์ล็อตต์ แมงมุมที่สัตว์ในคอก
ไม่ค่อยชอบ เพราะตัดสินที่รูปร่างว่า ชาร์ล็อตต์นั้น น่ากลัว และ เทมเบอตัน หนูที่เอาแต่ได้ ไม่ค่อยสนใจใครทั้งนั้น
วิลเบอร์อยากเห็นหิมะ เพราะกลัวจะโดนเอาไปรมควันก่อน ชาร์ล็อตต์สัญญากับวิลเบอร์ว่าจะให้วิลเบอร์เห็นหิมะ
และคำสัญญาของเพื่อนที่ชาร์ล็อตต์ยึดมั่น และมิตรภาพที่วิลเบอร์มอบให้ชาร์ล็อตต์ สุดท้ายก็จบอย่างยิ่งใหญ่
ทำเอาเสียน้ำตาไปเหมือนกันนะ

ชีวิตของหมู
ถ้าเป็นหมูปกติ คนเกิดมาเพื่อที่จะไม่ได้เป็น Pig แต่เป็น Pork แทน แต่วิลเบอร์อยากที่จะเห็นหิมะในฤดูหนาว
เพราะเขาเป็นหมูใบไม้ร่วง
ก็มักจะโดนเข้ารมควันก่อนเห็นหิมะ หมูไม่มีสิทธิ์ที่จะเรียกร้องทำอะไรได้
เพียงแต่รอวันที่เป็นอาหาร ถึงหมูจะพูดได้ แต่เราก็ฟังไม่ออกอยู่ดี
เพราะคำพูดของหมูคือคำว่า อู้ดๆ ของเรา
childhood phase (เอาศัพท์มาจากคุณหมอ)
เฟิร์นเป็นเด็กที่มีจินตนาการ รู้ว่าหมูสัตว์ต่างๆพูดได้ เล่านิทานให้ฟัง พ่อแม่ก็เลยเป็นห่วงกลัวว่าลูกจะเป็นอะไร
เลยไปปรึกษาหมอ โชคดีที่หมอเรื่องนี้ดี ที่เข้าใจเด็ก เพราะเด็กจะเป็นช่วงวัยที่มีจินตนาการสูงสุดและจะค่อยๆหมดไป
เมื่อก้าวสู่โลกแห่งความจริง หรือก็คือเป็นผู้ใหญ่นั่นแหละ การมีจินตนาการ จนคนอื่นมองว่าผิดปกติ ไม่ใช่สิ่งที่ผิด
เพราะเด็กทุกคน
(ซึ่งเราก็เคยเป็นเด็ก) ก็มีความฝันอยู่ในใจกันทั้งนั้น
ไม่ใช่เพราะความฝันหรอ ถึงทำให้เรามีเทคโนโลยีใช้อย่างทุกวันนี้
เพราะจินตนาการ ทั้งนั้น เป็นสิ่งที่ผลักดันให้โลกหมุนต่อไป
เมื่อเราเด็ก เราคิดว่าการมีจินตนาการได้คิดอะไรเป็นเรื่องปกติ
เมื่อเราเป็นวัยรุ่น เราเห็นความสำคัญของจินตนาการ มากกว่า ความรู้ ที่มี
แต่ เมื่อเราเป็นผู้ใหญ่ เราจะค่อยๆเข้าสู่โลกความจริง ยึดมั่นกับกฎระเบียบเกินไป ไม่ต่างอะไรกับเครื่องจักร

คำสัญญาของเพื่อน คุณค่าของชีวิต และ มิตรภาพ
วิลเบอร์มอบมิตรภาพให้แก่ชาร์ล็อตต์ก่อน
บางคนมองว่าการทำแบบวิลเบอร์ ไม่เห็นจะมีอะไรผิดปกติเลย มันก็เหมือนกับเราทั่วๆไป
แต่คำว่า มิตรภาพสำหรับ บางคนอาจจะสำคัญกว่านั้น โดยเฉพาะชาร์ล็อตต์ ที่มีชีวิตอยู่ไปวันๆ
โดยไม่มีเพื่อน สัตว์ในฟาร์มไม่ชอบหน้าตาเพราะดูน่ากลัว ทั้งๆที่ไม่เคยสัมผัสตัวจริง
ก็ไม่ต่างจากสมัยนี้ ที่คนที่ดูหน้าตาดี มักจะมีเพื่อนก่อน คนหน้าตาไม่ดี
ซึ่งเราไม่รู้ว่า เมื่อเราเป็นเพื่อนกับคนหน้าตาดี เขาจะหยิบยื่นมิตรภาพที่จริงใจ มาให้เรา
หรือว่า เพื่อเป็นแค่เพื่อน แต่คุณค่าคำว่า มิตรภาพ ของชาร์ล็อตต์ นั้นมีมากมาย
เพราะการที่เราไม่เคยได้รับอะไร แล้วเราได้สิ่งๆนั้นในที่สุด สิ่งนั้นจะเป็นของมีค่าที่สุดเพราะมันมีอยู่ชิ้นเดียว
ชาร์ล็อตต์ จึงเห็นว่า วิลเบอร์ เป็นเพื่อนคนแรกที่อยากเข้าใกล้กับเธอ
เธอจึงใช้พลังทั้งหมด เพื่อช่วยให้วิลเบอร์ไม่ถูกจับรมควัน ด้วย คำ เหล่านั้น
ในตอนสุดท้ายที่ ชาร์ล็อตต์ บอกว่า คุณค่าที่แท้จริงของชาร์ล็อตต์ ไม่ใช่แค่ช่วย วิลเบอร์
แต่การที่วิลเบอร์ มอบมิตรภาพให้ ชาร์ล็อตต์ จึงพร้อมจะยื่นใจ ตอบแทนไป
ไม่ต่างอะไรกับโฆษณาไทยประกันชีวิต อันใหม่ ที่เล่าถึง แม่ต้อย เป็นมะเร็งใกล้ตาย
จึงได้เอาเด็กพเนจร 3 คนมาเลี้ยง แล้วทำให้เด็กเจอชีวิตที่เขาไม่รู้ว่าชาตินี้จะมีโอกาสได้เจอรึเปล่า

ดังนั้น บางคนคิดว่า ชีวิตที่มีคุณค่า คือมีความรัก อายุยืน รวย มีเกียรติ ครอบครัวเป็นสุข
แต่ทั้ง แม่ต้อย และ ชาร์ล็อตต์ เห็นว่า ชีวิตที่มีคุณค่าคือ การได้ทำตัวเองให้มีคุณค่า และให้สร้างคุณค่าให้กับคนอื่น
มันเหมือนกับการช่วยเพื่อนร่วมโลกที่เกิดมา
(ในแง่ของแม่ต้อย) และช่วยเพื่อนที่ไม่โอกาสได้ร้องขอให้ยืดเวลารมควันไป
(อย่างชาร์ล็อตต์)
ในเมื่อ แม่ต้อย รู้ตัวเองอยู่แล้วว่าจะต้องตายในไม่ช้า จึงใช้เวลาที่เหลือทำอะไรเพื่อเพื่อนร่วมโลกบ้าง
ในเมื่อ ชาร์ล็อตต์ รู้ตัวเองอยู่แล้วว่าตามวัฎจักรตนเองต้องตาย จึงใช้เวลาที่เหลือได้ช่วยเพื่อนคนแรกบ้าง

ทั้งคู่นั้นมีอะไรคล้ายๆกันหลายอย่างที่สุดท้าย ยอมสละชีวิตตัวเองเพื่อผู้อื่น
และความดีนั้นยังอยู่ตลอดไป แม้ตัวจะตายไปแล้ว แต่เชื่อว่า ทั้งเด็กพเนจรทั้ง 3 และ วิลเบอร์บรรดาสัตว์ในคอก
ก็ยังจะจดจำ แม่ต้อยและชาร์ล็อตต์ ตลอดไป :)