ikigami イキガミ
posted on 23 Dec 2008 16:52 by doxdoxchan in movie
อิคิงามิ สาส์นสั่งตาย イキガミ
ถ้าว่าด้วยตัวหนัง บทภาพยนตร์ มุมกล้อง การลำดับเรื่องราว
ความลื่นไหลของหนัง เรื่องนี้อาจจะอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่ดีนัก
เพราะดูแล้วรู้สึกได้ว่า ครึ่งแรกของหนัง และครึ่งหนัง
เหมือนเป็นการเปลี่ยนบทกระทันหัน ที่ว่า ครึ่งแรกเน้นการตายคนๆเดียว
ที่บิ้วอารมณ์คนสุดๆ(มาก) ส่วนครึ่งหลังเป็นการรวมสองคนที่เหลือ
ตัดฉากสลับไปมา และถึงจุดไคลแมกซ์ได้พร้อมกัน ซึ่งเหมือนแยกพาร์ทจากคนที่หนึ่ง

ข้อนี้ผู้กำกับคงเห็นว่า การกำกับตามการ์ตูนมันทำให้ดูเหมือนว่า
วางแพทเทินเหมือนการ์ตูนที่เป็นตอนๆ ไป แต่หนังไม่ใช่
เพราะหนังต้องดึงเรื่องราวทั้งหมดออกมา และไคลแมกซ์เป็นจุดรวมทั้งหมด
ถึงแม้ตอนที่ 1 จะประสบความสำเร็จที่ไคลแมกซ์แต่พอมาถึงจุดช่วง 2 กับ 3
กลับมาไคลแมกซ์อีก เหมือนแยกกันทำหนังสั้นดีกว่า
จากหนังการ์ตูนที่มาทำหนังของญี่ปุ่นส่วนใหญ่ การ์ตูนมักจะดีกว่าหนังอยู่วันยันค่ำ
แต่เรื่องนี้ ฉันไม่เคยอ่านการ์ตูนมาก่อน พอดูหนังจบก็รู้สึกอยากอ่านการ์ตูนทันที
เพราะอยากรู้ว่าการ์ตูนจะทำได้ดีกว่าหรอ เพราะหนังนี่บิ้วอารมณ์สุดๆแล้วนะ
อิคิงามิ คือ ในประเทศญี่ปุ่นเพื่อการพัฒนาประเทศจึงต้องมีนโยบายที่ต้องฉีดวัคซีน
ให้กับเด็กประถมทุกคนที่เข้าเรียนเพื่อแคปซูลที่ฝังอยู่เมื่ออายุถึงการซุ่มของรัฐบาลก็จะ
ได้รับ จดหมายสั่งตาย บอกก่อน 24 ชม. ก่อนตาย ซึ่งพระเอกก็เป็นคนส่งจม.นี้
แต่เรื่องนี้ดีตรงที่ พระเอกเหมือนเป็นตัวกลางที่เห็นภาพรวมทั้งหมดเหมือนเราได้เห็นวิถีชีวิตของ
คนที่ต้องได้รับจดหมายนี้ และใน 3 คนที่รับจดหมาย(ที่หนังยกมา) ต่างก็มีปมหลังของตัวเอง
ที่หลังทำได้ดีสลับกับ flashback ให้ซึ้งได้
ใน part 0.5 (ซึ่งในการ์ตูนคือ 1 ตอน) เป็นเด็กนักเรียนที่ถูกแกล้งแล้วใช้ชีวิตที่เหลือกับการแก้แค้นเพื่อนที่เคยแกล้งตนเอง
part 1 กล่าวถึงวัยรุ่นนักดนตรี 2 คน ที่คนนึงได้รับเลือกจากค่ายเพลงให้ออกเทป แต่ดันมาได้รับหมายสั่งตายก่อน
เวลาที่เหลือ พอดีกับการออกทีวีครั้งแรกพอดี

part 2 เป็นเด็กที่เก็บตัวอยู่ในห้องตลอดเวลา ทั้งๆที่บ้านมีฐานะ
สรุปว่าเด็กคนนี้ไม่ได้รับการเอาใจใส่ + ความกดดันของครอบครัวที่พ่อแม่เป็นสส.ดัง แต่ลูกไม่เอาอ่าว
จนแม่ถือว่าลูกคนนี้ไม่ได้เกิดมา
part 3 เป็นสองพี่น้องที่พ่อแม่เกิดอุบัติเหตุตายหมด เหลือพี่ชายกับน้องสาวที่ตาบอด พี่ชายต้องทำอาชีพตามทวงหนี้
เพื่อหาเงินมาสร้างฐานะ แต่ก็ได้รับหมายสั่งตาย

ทั้ง 3 เรื่อง เรียกว่าบิ้วอารมณ์ได้ดี แต่เรื่อง 2 อาจน้อยหน่อย โดยส่วนตัวคิดว่าเรื่อง 1
มันมีให้เห็นทั้ง ความฝัน(ที่ก่อนตายคุณจะใช้ชีวิตกับครอบครัว หรือ ทำตามความฝันให้เป็นจริง) มิตรภาพ
นับว่าไคลแมกซ์สุดกับฉากเพลง (ที่เพลงเพราะดีนะ) กับการตัดสินใจครั้งสุดท้ายของชีวิต
คนบางคนพอรู้ว่าตัวเองเหลือเวลาอีก 24ชม. ก่อนตายจะทำอะไร
ทั้ง 3 บอกให้เรารู้ว่าอย่างแรกคือ ร้องไห้ ยอมรับชะตากรรม และตามด้วยใช้ชีวิตที่เหลือ 1 วันให้มีค่าที่สุด
คนที่ 1 ทำตามความฝัน คนที่ 2 ได้ออกนอกบ้านทำอะไรที่ไม่เคยทำ คนที่ 3 ได้เสียสละตาเพื่อช่วยน้องสาว
ถ้าตามตัวละครในภาพยนตร์พูดที่กฎหมายข้อนี้ นอกจากจะช่วยให้ประชาชนเห็นคุณค่าของชีวิต อาชญากรรมลดลง
ยังทำให้เรากล้าที่จะทำอะไรต่อมิอะไรที่ถ้าเราอยู่ถึง 70 เราอาจจะยังไม่ได้ทำก็ได้ (ที่เลือกวัยรุ่นอาจจะเป็นงี้)
แต่ถึงกระนั้น กฎหมายนี้ก็ยังขาดหลักมนุษยธรรม ที่ตามหลักคือ 1/1000 จะต้องมีคนตาย
คนที่ฆ่าตัวตายเป็นคนที่เต็มใจตายด้วยกันทั้งนั้น แต่คนที่ถูกเลือกให้ตาย กลับเป็นคนที่มีความหวังที่จะอยู่ต่อ
และล้วนยังไม่อยากตายทั้งนั้น คือเราก็เลือกไม่ได้ว่ามันจะมาตรงที่ใคร แต่ถ้ามันเกิดกับคนใกล้ตัวคุณหล่ะ?
ดังนั้น ชีวิตที่มีค่า ถ้าพรุ่งนี้คุณรู้ว่าคุณจะตาย คุณจะทำอย่างที่ทำอยู่วันนี้รึเปล่า?






















































