Made Of Honor

posted on 13 Oct 2008 15:23 by doxdoxchan  in movie

 

 Made Of Honor

http://seattlegrace.files.wordpress.com/2007/11/made-of-honor.png



หนังรัก อารมณ์ดี ดูแล้วก็โอเค ไม่ถึงกับดี และไม่ถึงกับเลว
เรื่องของ ทอม หนุ่มเจ้าชู้ เพื่อนเยอะ ชายและหญิง แต่ดันไม่มีใครตัวจริงซักคน
จนเพื่อนสนิทสาว ฮันนาห์ จะแต่งงานกับหนุ่มสก็อตแลนด์แล้ว เพิ่งรู้ตัวว่าแอบชอบเพื่อน
แถมยังให้ได้เป็นเพื่อนเจ้าสาว อีก  พระเอกเลยดูเกย์เลย 55 5

http://www.telegraph.co.uk/arts/graphics/2008/05/02/bfmade.jpg

The image “http://img2.timeinc.net/ew/dynamic/imgs/080429/Patrick-Dempsey/Made-of-Honor_l.jpg” cannot be displayed, because it contains errors.

Made Of Honor A Delightful UnBridaled Romantic Comedy

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ตอนจบก็ลงเอยแบบ Happy Ending อยู่ดี
แต่ที่อยากรู้คือ ประเพณีงานแต่งงานของสก็อตเขาเป็นแบบนั้นจริงๆหรอ? 

 

ปล. Maid Of Honor แปลว่า เพื่อนเจ้าสาว เพิ่งจะรู้ !! มันเล่นคำของชื่อหนังจาก Maid เป็น Made เลย

You Don't Mess with The Zohan

posted on 13 Oct 2008 15:21 by doxdoxchan  in movie

 

You Don't Mess with The Zohan 

 http://z.about.com/d/movies/1/0/2/S/R/youdontmesswiththezohanposter.jpg

 

หนังขาย ความเว่อร์
หนังขาย ตลก
หนังขาย พระเอก
หนังขาย การล้อเลียนผู้ก่อการร้าย
หนังขาย ฉากทะลึ่งตึงตัง
หนังขาย comedy ธรรมดา
หนังขาย Mariah ?

สรุปแล้ว ถ้าว่างๆไม่มีอะไรทำ เอามาดู
ได้ถ้ามีเรื่องอื่นที่ดีกว่า เก็บเรื่องนี้ไว้ก่อนเถอะ .. 

Bangkok Dangerous

posted on 13 Oct 2008 15:03 by doxdoxchan  in movie

 

Bangkok Dangerous

The image “http://www.themovieblog.com/wp-content/uploads/2008/05/bangkok-dangerous.jpg” cannot be displayed, because it contains errors.

 

หนังรีเมคของพี่น้องตระกูลแปง ที่รีเมค Bangkok Dangerous เดิม
ของเดิมนั้น มีทั้งความเป็นดราม่าและแอคชั่น แต่ส่วนของใหม่กลับทำให้
ความเป็นดราม่าลดลง เน้นแต่ตัวเอก และความเถื่อน อบายมุข ของเมืองไทยทั้งนั้น
ที่มีทั้ง อาชญากรรม เซ็กส์ โสเภณี อาโกโก้ มาเฟีย รถติด คนเยอะ วุ่นวาย
ดูแล้วน่าไปเที่ยวมาก เมืองที่ได้รับการจัดอันดับน่าเที่ยวที่สุดของโลก อืมม์..

สิ่งที่ดียังมีน้อยนิด ที่คนไทยยังดูจิตใจดี ยิ้มง่าย (อย่างเภสัชกรที่ไม่ใช่คนไทยเลย)
และฉากนักการเมืองที่โคตรจะทักษิณ เสแสร้งขนาดนั้น
แต่เรื่องนี้ก็บอกเราว่า คนก็คือคน ที่ทำชั่วได้ง่ายกว่าทำดี อยู่แล้วหล่ะ


ส่วนการแสดง นิโคลัส เขาก็เหมาะกับบทของเขาอยู่แล้ว
แต่ชาคริต นี่สิ ดูเป็นธรรมชาติ ไม่เกร็งฮอลลีวู้ดมาก เบิกทางไม่ยากเลยนะ
แต่เรื่องนี้ดันมาตายเสียก่อน ก็เลยอาจจะยากนิดนึง

edit @ 13 Oct 2008 15:21:47 by doxdoxchan

Death Race

posted on 13 Oct 2008 14:49 by doxdoxchan  in movie

 

Death Race 

http://i281.photobucket.com/albums/kk235/doxdoxmovie/hr_death_race_poster_12091409.jpg

 

หน้าหนังดูไม่น่าดูมาก ที่แบบเป็นหนังแอคชั่นเกรด B ธรรมดา
บวกกับไม่ค่อยพอใจกับการแสดงของ เจสัน สเตธแฮม อยู่จาก
In the Name of the King ก็เลย นอยๆ แต่เพื่อนบอกว่ามันส์มาก
ก็เลยโอเค ตัดสินใจดู

http://i281.photobucket.com/albums/kk235/doxdoxmovie/deathracethumbnail.jpg

http://i281.photobucket.com/albums/kk235/doxdoxmovie/death-race-ws-anderson.jpg

 

ถ้าใครได้ดู ซีรีย์ Prison Break อยู่ก่อนแล้วจะอินมากกกกกกก
มันเป็นอะไรที่เหมือนกันแต่เรื่องนี้ดูป่าเถื่อนกว่าเยอะ
มันสนุกแบบดิบๆที่ ในใจของทุกคนมีจิตใจที่จะเอาชนะอยู่แล้ว
การแข่งขัน จึงเป็นสิ่งที่มนุษย์ต้องการลึกๆ ยิ่งได้ดูการถ่ายทอดสด
แข่งรถของนักโทษในยุคอนาคตแล้ว จะมันส์ขนาดไหน

ไหนจะแบ่งเป็น 3 รอบ ที่รางวัลก็ล่อใจ ใครชนะครบได้ออกจากคุก
การเอาเปรียบของพัศดีที่หวังจะได้ สุดท้ายก็โดนเล่นงาน(สะใจจริง)
ทั้งการใส่ร้าย ของคนในคุก ที่อยากจะเอาคนนอกคุกมาอยู่ในคุก
การกลั่นแกล้งที่พบบ่อยใน PB และอีกมายมายที่แบบ เถื่อนๆมันส์

พอถึงเวลาแข่งรถ ชอบที่สุดฉาก Intro เหมือนแนะนำ ที่แบบเหมือนเราเล่นเกมส์จริงๆ
ตัวละคร sound ที่ได้อารมณ์ แบบดิบๆเถื่อนๆ ถ้ามีจริงๆเราคงต้องดูกันหล่ะ

สรุปว่า Death Race นั้นยังไม่ดีที่สุด แต่ก็ซื้อความมันส์ในราคา 140 บาทได้ ! 

Mamma Mia!

posted on 13 Oct 2008 14:39 by doxdoxchan  in movie

 

Mamma Mia!

http://i6.photobucket.com/albums/y217/hihoo2/mamma_mia_ver3.jpg

 

ถ้าคนยุคเก่าๆชอบ ABBA อยู่แล้ว
ช่วงนั้นมีทั้ง ABBA ทั้งบุญชู ที่ดีอยู่แล้วทั้งคู่
ช่างเอาใจคนรุ่นเก่าๆจริงๆ หนังช่วงนั้น

Mamma Mia เอาเพลงของ Abba มาประกอบ
โดยเลือกเอาเพลง Mamma mia มาเป็นชื่อหนังที่เป็นละครเพลง
มาแสนนานแล้ว เนื้อเรื่องเป็นลูกสาวที่อยากตามหาพ่อ
ที่ไม่รู้ว่าใครเป็นพ่อซักที เลยเชิญมาให้หมดในงานวันแต่งงานของตัวเอง

http://img.dailymail.co.uk/i/pix/2008/05_04/MammaMia_468x349.jpg


http://images.ctv.ca/archives/CTVNews/img2/20080718/475_mama_080718.jpg

http://northshorekauai.com/news/images/mamma_mia_brosnan.jpg

หนังได้ทั้งฉาก เพลง ที่เยี่ยม และ นักแสดงอย่างเจ้าป้าที่มารับบทแอ๊บซะขนาดนั้น
เรื่องนี้ทำคนแก่เหนื่อยไปตามๆกันเลย ทั้งชายและหญิง
โลเกชั่น ไม่ต้องพูดถึง กรีก น้ำสวยทะเลใส อาคารสีขาว ชาวบ้านเป็นสุข
แต่สิ่งที่ชอบสุดของหนังเรื่องนี้

ความรักระหว่าง แม่กับลูก

http://ecx.images-amazon.com/images/I/41aniyoCilL._SL500_.jpg

ที่ตัวแม่เองก็ไม่รู้ว่าใครคือพ่อ แต่ก็ยังสามารถเป็นทั้งแม่และพ่อได้ในคราวเดียวกัน
ฉากตอนที่แม่แต่งตัวให้ลูก ช่างประทับใจจริงๆ เหมือนหยั่งกะตัวเองเป็นแม่เองเลย :(
ซ้ำหนังยังเลือกตอนจบที่ดี
ที่ในช่วงแรก เราก็อยากรู้จังว่าใครเป็นพ่อ แต่ก็เก็งๆไว้ว่า เพียซเป็นแน่
หนังเลือกออกมาที่ สุดท้ายไม่รู้ว่าใครเป็นพ่อ ไม่ต้องการจะรู้ ไม่อยากพิสูจน์
คือแม่ที่เลี้ยงลูกสาวคนนี้มาได้ ก็พอแล้ว

ถ้าใครอยากบันเทิง ฟังเพลง ดูฉากสวย เรื่องนี้น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดี

edit @ 13 Oct 2008 14:48:39 by doxdoxchan

Wall-E

posted on 13 Oct 2008 14:00 by doxdoxchan  in movie

กว่าจะได้มีโอกาสเขียน
ช่วงนี้หายไปเลย ทำงานก็เยอะ
เพิ่งได้ปิดเทอมซักที
ขอย้อนไปเขียนเรื่องที่ดูเก่าๆก่อนละกัน

ฝากประกาศ ใครสนใจในงานกราฟฟิค หรือว่างๆไม่มีอะไรทำ
เชิญเข้าไปดู FRICKR ของเราได้ ที่
http://www.flickr.com/photos/12357976@N07/

 

WALL-E

 
http://i281.photobucket.com/albums/kk235/doxdoxmovie/f063b3caa49b658.jpg


หนังของพิกซาร์ รับประกันว่าเป๊ะอยู่แล้ว ทั้ง character animation production plot
ล้วน เป็นหนังที่สมบูรณ์แบบสำหรับทั้งครอบครัว เด็ก ผู้ใหญ่ ทั้งหมด

Wall-E เป็นเรื่องของ หุ่นยนต์เก็บขยะเก่าๆที่อยู่ในยุคที่มนุษย์อาศัยอยู่ดาวอื่นหมดแล้ว
สาเหตุเพราะโลกเต็มไปด้วยขยะ และบริษัทได้สร้าง wall-E ขึ้นมาเพื่อเก็บขยะ

The image “http://i281.photobucket.com/albums/kk235/doxdoxmovie/walle.jpg” cannot be displayed, because it contains errors.

http://i281.photobucket.com/albums/kk235/doxdoxmovie/wall-e-cooler.jpg

wall-E อยู่คนเดียวในโลกมีแต่แมลงสาบตัวน้อยเป็นเพื่อน วันๆก็ไม่ทำอะไร
รีไซเคิลขยะเป็นก้อนๆมาวางเรียงกัน เอาของอันไหนที่สนใจมาเก็บไว้ที่บ้าน
ตอนเย็นก็ดูทีวี ชีวิตเป็นอย่างงี้ทุกๆวัน เหมือนถูกตั้งระบบเอาไว้

แต่ wall-E มีหัวใจ วันหนึ่งมีหุ่นยนต์ตัวใหม่เอี่ยม อย่างกะ iPod มาที่โลก
หุ่นสาวตัวนั้นชื่อ Eve เจ้า wall-E ก็เลยทำการผูกมิตรซะเลย
ในช่วงเวลาที่ wall-E กับ Eve อยู่ด้วยกัน ท่าทาง wall-E คงเป็นสุขม้ากมาก
ขนาดจับมือกันยังค่อยๆ ทะนุถนอมความรักซะขนาดนี้
สิ่งที่ wall-E มองเห็นเป็นความรักคือ การห่วงใย ดูแล มากกว่าการที่จะมีคนให้รัก
wall-E ทำให้ Eve ด้วยความเต็มใจ ทั้งอยากเป็นเพื่อน เพราะตนเองโดดเดี่ยวมาหลายปีแล้ว
ทั้งชอบ Eve ที่ดูสวย 5 55

 http://i281.photobucket.com/albums/kk235/doxdoxmovie/wall-e_3.jpg

http://stylemens.typepad.com/photos/uncategorized/2008/05/13/walle2_h.jpg

 

แต่สิ่งที่ Eve กลับมาที่โลกคือ Eve โดนคำสั่งว่าให้มาหาสิ่งมีชีวิตบนโลก

ในช่วงต้นเรื่อง ฉากเน้นไปที่โลกที่เต็มไปด้วยขยะ ในส่วนโปรโมทก็มีแค่นั้น
แต่ในช่วงหลัง เมื่อ Eve ได้พบสิ่งที่มีชีวิตแล้วก็กลับไปยาน ที่มนุษย์อยู่

ประเด็นแรกของหนังอาจจะ ต้องการสื่อถึงความรักของหุ่นยนต์ ธรรมดาๆ
ที่ดูแล้วแช่มชื่น แต่ช่วงนี้เป็นช่วงที่ภาวะโลกร้อนกำลังบูม
แล้วเรื่องนี้ดันไปเข้ากับส่วนั้น ทำให้คนมองที่ส่วนั้นมากกว่าส่วนแรกที่ผู้สร้างอาจจะต้องการจริงๆก็ได้
เพราะอะไรก็ตามที่เนื้อเรื่องมีมนุษย์เข้ามาเกี่ยว มันจะเป็นหลังมือทันที

http://i281.photobucket.com/albums/kk235/doxdoxmovie/wall-e-images-1.jpg

The image “http://ia.media-imdb.com/images/M/MV5BMTk4OTI5MTQwNl5BMl5BanBnXkFtZTcwMzU1NTU3MQ@@._V1._SX500_SY347_.jpg” cannot be displayed, because it contains errors.


ส่วนหลังของหลัง กล่าวถึง ยานอวกาศที่เต็มไปด้วยมนุษย์ที่อาศัยอยู่บนนั้นมาเกือบ 600 ปีแล้ว
วันๆไม่ทำอะไร มีกินมีใช้ แทบจะไม่ต้องเดิน เม้าทั้งวัน จ้องแต่หน้าจอ ไม่สนใจคนรอบข้างเลย
อยากได้อะไรก็แค่กดปุ่มสั่งก็ได้ละ จนทำให้ทุกคนรูปร่างอ้วนซะขนาดนั้น

 

http://i281.photobucket.com/albums/kk235/doxdoxmovie/846684042_ca0168fac9.jpg

พอ Eve ได้ส่ง สิ่งที่มีชีวิต ให้แก่กัปตัน ก็ทำให้กัปตันตื่นเต้นมาก ที่ว่า ว้าว โลกมันช่างสวย มันมีจริง
คือรุ่นบรรพบุรุษของกัปตันเป็นกลุ่มที่หนีออกมา ส่วนกัปตันเกิดบนยานนี้ก็อาจจะไม่เคยรู้ว่า มีคำว่า โลก อยู่จริงๆ
ถึงขนาด ต้องเซิส คำต่อคำเลย เต้นรำ โลก เกษตร เพาะปลูก บลาๆ

สิ่งที่เด็ดสุดของเรื่องนี้ที่ชอบ มี 3 อย่าง

1 ฉากวุ่นวายตอนใกล้จบ ตอนที่กัดแรงมาก ว่า คนเดินได้ซักที
2 End Credits เป็นประวัติศาสตร์ศิลป์ ค่า !!
3 ฉากต้นที่ทำโลกร้าง ได้เป๊ะ และไม่มีบทพูดเลยซักนิด

ถึงจะเป็นหนังครอบครัว แต่ก็สอนได้ทุกวัย ตั้งแต่เด็กที่ดูเอาสนุกแฝงความรัก(ษ์)โลกไปในตัว
ผู้ใหญ่ที่กระทบถึงจิตใจลึกๆว่า จริงๆแล้วเราก็เป็นแบบนั้น
เราพร่ำบอกกับตัวเองว่าจะช่วยกันลดโลกร้อน แต่ก็เหมือนเปลือกนอกที่ไม่เห็นมีใครทำจริงจังซักที
ทุกคนเอาแต่ใช้ถุงผ้า เพราะตามกระแสแฟชั่น คิดว่าซักวัน เราอาจจะมีชีวิตเหมือนมนุษย์ใน wall-E ก็ได้




Sukuran (2006)

posted on 17 Aug 2008 01:21 by doxdoxchan  in movie

Sakuran (2006)

 

http://haikugirl.files.wordpress.com/2008/03/sakuran.jpg

เรียนวิชา คอสตูม ให้ดูหนังอีกแล้ว
ตกลงเรียน คอสตูม หรือเรียน ดูหนังกันแน่?

เรื่องนี้ เน้นไปที่สี ไม่ค่อยเกี่ยวกับเสื้อผ้านัก
แต่เหมือนว่า ถ้าเปรียบเทียบกับ Memoirs of a Geisha
ที่สื่อเหมือนกัน ระหว่าง เกอิชา กับ ออยรัน
ก็คือคล้ายๆกัน แต่ออยรัน เหมือนกับผู้หญิงขายตัว
ที่สร้างความสุขให้ผู้ชายและมีสิทธิแต่งงานกับผู้ชายที่มาขอได้
โดยสังเกตที่ โบว์ที่ผูกเอว ถ้าผูกอยู่ข้างหน้าแปลว่าเป็นโสด
แต่ถ้าผูกข้างหลังคือ แต่งงาน แล้ว

http://www.honestfilms.net/wp-content/uploads/sakuran-01.jpg

เรื่องนี้ ได้ Mika Ninagawa มาเป็นผู้กำกับ
คือเดิมเธอเป็น photography ด้านตัวหนังจึงเน้น
การจัดคอมโพสภาพ สีของภาพ เหมือนกับเรา snap ฉากไหนของหนังไป
ก็ส่งโฟโต้ได้เลย 55 5

Memoirs of a Geisha  ถึงต้องการจะสื่อความเป็นตะวันออก
แต่ดูแล้วก็ให้ความรู้สึกถึงความเป็นตะวันตก คือเรื่องของสี ที่แตกต่างกับ
Sukuran ตรงที่ เรื่องนี้เป็นสีสไตล์เอเชี่ยนอย่างแท้จริงคือ สีสด
และตัดกันแบบ contrast จัดมาก ตัดเป็นตัดจริงๆ
จึงให้ความรู้สึกแบบมีสีสันอยู่ตลอดเวลา สร้างความตื่นเต้นให้เราอยู่นะ

[sakuran-.jpg]

ส่วนฉากไม่ผ่านกองเซ็นเซอร์ก็ มีนิดหน่อยแต่ก็ไม่ถึงกับมาก

ส่วน symbolic ที่เป็นปลาทอง ที่หนังเรื่องนี้เน้นฉายแต่ปลาทองเป็นส่วนมาก
เพราะต้องการสื่อว่า ปลาทอง เท่ากับ ตัวเอก ที่ทำอาชีพอย่างนี้
คือ สวย แต่ก็ต้องอยู่แต่ในโถ (เหมือนมีโลกอยู่ 5 เซนที่อ.หนุ่มบอก)

อยากให้ดูเรื่องนี้มาก เพราะสีสวย ภาพสวย
นางเอกเป็นลูกครึ่ง รัสเซีย ญี่ปุ่น น่ารักเชียว

 

สีแปร๊ดจริง!  

The Mummy: Tomb of the Dragon Emperor

posted on 17 Aug 2008 01:10 by doxdoxchan  in movie

The Mummy: Tomb of the Dragon Emperor

http://thecia.com.au/reviews/m/images/mummy-3-tomb-of-the-dragon-emperor-poster-0.jpg


เสน่ห์ของมัมมี่ในภาค 1-2 คือ
เนื้อเรื่องมี อิยิปต์ เป็นฉากหลัง ที่เป็นประเทศต้นฉบับของมัมมี่
และการใช้ไหวพริบ พวก ความสามารถเฉพาะตัว
รหัสลับ การเปิดประตู อะไรๆที่ทำให้คนดูตื่นเต้นอยู่ตลอดเวลา
และความลึกลับของประวัติศาสตร์ชาติอิยิปต์ นั้น

แต่ภาค 3 เปลี่ยนผู้กำกับและโลเคชั่นใหม่หมด
โอเค ยอมรับว่า กองทัพของจักรพรรดิ มันคือการคืนชีพขึ้นมาใหม่
ก็เท่ากับมัมมี่ แต่เนื้อเรื่อง คาดว่าผู้กำกับคงคิดไปว่า
เสน่ห์ของมัมมี่อยู่ที่ CG ที่เว่อร์อลังการ์ หรือ ฉากแอคชั่นเน้นระเบิดตูมตามมากกว่า

ฟังมาว่าไม่ดีมาเยอะเลยไม่อยากไปดู แต่ก็ได้ไปดู
โดยรวมแล้วก็ดีกว่าที่คิดไว้ (ที่คิดว่าแย่มาก) ดูเอาสนุกได้
แต่ขาดสีสันมากกว่า 2 ภาคก่อน

http://www.canmag.com/images/front/movies2008/mummy313.jpg

และตัวละครที่เปลี่ยน ราเชล ออก ทำให้หนังขาดอะไรซักอย่างเลย
ตัวละครลูกชายที่โตขึ้น แต่พ่อคนเดิม
ทำให้เราดูแล้วเหมือนคนแปลกหน้า ใครซักคนที่กลายเป็นหนังแอคชั่นผจญภัยอีกเรื่อง
ส่วนอาโจนาธาน ยังฮาเหมือนเดิม
ด้านตัวละครฝั่งจีน เจทลีเล่นแทบไม่เห็นหน้าเต็ม เห็นแต่ CG เมื่อเทียบกับ
คนที่เล่นเป็นมัมมี่ ยังเห็นหน้าจนหลอนอยู่ทุกวันนี้มากกว่าเลย
ส่วนตัวอื่น ก็เหมือนว่าตัวละครเยอะเกินไปจนจับลำบาก สร้างมิติยาก
และส่งบทให้คนนู้นทีคนนี้ที และการกระทำที่ไม่ค่อยสมเหตุสมผลนัก

Summer Palace

posted on 17 Aug 2008 00:27 by doxdoxchan  in movie

Summer Palace

 http://l.yimg.com/img.movies.yahoo.com/ymv/us/img/hv/photo/movie_pix/palm_pictures/summer_palace/summerpalace_galleryposter.jpg

 โปสเตอร์อันนี้ กราฟฟิคดีมาก ดูตัดทอนเชียว

 

หนังที่ถูกต่อต้านจากรัฐบาลจีน ด้วยเหตุผล 2 ประการ คือ
1 มีฉากกล่าวถึงประวัติศาสตร์จีน เกี่ยวกับนักศึกษาในจตุรัสเทียนอันเหมิน
2 มีฉากทางเพศที่โจ่งแจ้งเกิน รับไม่ได้

ถ้าบอกว่า summer palace เทียบกับ Lust,Caution
จากที่ฟังมาบอกว่า summer ทำให้ lust เป็นหนังครอบครัวได้
ขอตอบว่า ไม่จริง เถียง 100 เปอร์เซ็นต์ เลย !!

Lust,Caution ต้องมีฉากเซ็กส์เพื่อช่วยเป็นจุดยืนระหว่างพระเอกและนางเอก
ที่แสดงถึงความไว้ใจ ความต้องการ และ ความซื่อสัตย์
แต่ Summer Palace มีฉากเซ็กส์เพื่อแสดงจุดยืนของนางเอกเช่นกัน
ที่ต้องการทางเพศ และ ต้องการเป็นที่ยอมรับจากฝ่ายชาย
ต้องการความรักที่สมบูรณ์แบบ จนบางฉากคิดว่า ไม่จำเป็นต้องมีด้วยซ้ำ
แต่ผู้กำกับก็ตอกย้ำด้วยฉากนี้ นอกจากนางเอกแล้วยังมีตัวละครอื่นๆที่ยังต้องเล่นฉากนี้ด้วย

Lust,Caution เล่าถึงกลุ่มนักศึกษากลุ่มหนึ่ง
ที่ต้องการช่วยชาติโดนวิธีที่คิดกันเอง และอุปโลกน์คนขึ้น
เพื่อเข้าใกล้ผู้นำของอีกฝ่าย โดนให้ผู้หญิงเข้าไป
และสุดท้าย ก็เป็นปมปัญหา ที่พรากอิสรภาพของเขาเกือบทั้งชีวิต

Summer Palace เล่าถึงกลุ่มนักศึกษากลุ่มหนึ่งเหมือนกัน
ที่คึกคะนอง ต้องการแค่ความสนุก ทั้งๆที่ไม่อินกับการเมือง
โดยการไปประท้วงที่จตุรัสเทียนอันเหมิน ทำให้ชีวิตของแต่ละคน
ต้องกระจัดกระจาย ย้ายไปอยู่เยอรมันบ้าง หรือ เมืองอื่นของจีนบ้าง
ซึ่งก็ทำให้ชีวิตเขาเปลี่ยนไปเช่นกัน

http://image2.sina.com.cn/ent/m/c/2006-05-16/U1343P28T3D1082967F326DT20060516100814.jpg

ทั้งสองเรื่องนี้ มีความคล้ายกันมาก ในหลายๆด้าน
ไม่ว่าจะเป็น ตัวหนังเลือกให้นางเอกเป็นตัวเล่าเรื่องและพระเอกเป็นคนเข้ามา
ตัวหนังมีพื้นหลังคือการเมืองที่เปลี่ยนชีวิตของทั้งคู่
ถึงตัวหนังจะเน้นที่นางเอกเป็นตัวหลักแต่ก็แสดงให้เห็นว่า ฝ่ายหญิงขาดฝ่ายชายไม่ได้
และฝ่ายชายจะเป็นผู้ตัดสินใจอยู่ตลอดเวลา ที่จะให้ฝ่ายหญิงอยู่หรือไปเหมือนเป็นเบี้ยล่าง เสมอ

 

http://spanish.people.com.cn/mediafile/200709/11/F200709111431304997194193.jpg

หวังเจียจือ ใน Lust,Caution ในชีวิตที่ผ่านมาไม่เป็นที่ต้องการของฝ่ายชายแม้แต่น้อย
เธอหวังว่าจะได้เป็นที่ต้องการของคนที่เราชอบ แต่แล้ว คนที่เธอชอบก็เห็นเธอเป็นเครื่องมือ
เมื่อเธอได้พบกับ มิสเตอร์อี้ เขาตอบสนองความต้องการของเธอ ให้ความสำคัญกับเธอ
ก็ไม่ผิดที่ หวังเจียจือ จะหลงรักมิสเตอร์อี้ ถึงแม้ภารกิจจริงๆคือต้องฆ่าเขา

http://img2.timeinc.net/ew/dynamic/imgs/080116/summer-palace-hao-lei_l.jpg

ยู่หง ใน Summer Palace ในชีวิตที่ผ่านมาก็ถูกแฟนเก่าทิ้ง ต้องละทิ้งทั้งครอบครัวและบ้านเกิด
เพื่อเข้ามหาลัยปักกิ่ง เมื่อพบกับ โจวเหว่ย ตามประสาวัยรุ่นที่ไปเที่ยว ตกหลุมรักกัน มีเซ็กส์
และช่วงนั้นเป็นช่วงที่จีนเปิดประเทศรับวัฒนธรรมตะวันตก ( 1988 ) ทำให้วัยรุ่นรักการมีอิสรภาพ
สามารถทำทุกอย่างได้ที่ใจคิดหรือสื่อออก จึงมีฉากเซ็กส์แบบโจ่งแจ้งและ
ทุกคนเห็นว่าเซ็กส์เป็นเรื่องธรรมดาในเรื่องก็ไม่แปลก
แต่ ยู่หงต้องการโจวเหว่ยมากถึงกับขาดไม่ได้ และตัวเองยังไม่รู้ จนสุดท้าย รู้ว่าต้องการเขามากแค่ไหน
แต่โจวเหว่ยไม่ได้ต้องการยู่หงมากเท่าที่เธอต้องการเขา

ทั้งหวังเจียจือ และ ยู่หง เหมือนกันคือ ต้องการเป็นที่ยอมรับของฝ่ายชาย
และคาดหวังอนาคตว่าจะอยู่กับคนที่รักและมีความสุข แต่เมื่อไม่เป็นเช่นนั้น
และต้องเสียอะไรต่อมิอะไรมากมาย เธอก็พร้อมที่จะสู้ต่อ
ทั้งสองเรื่อง ใช้มุมมองของผู้หญิงเป็นหลักที่ว่าเขาคิดยังไง จะทำอะไร
ซึ่งเน้นตามที่พูดไปแล้วว่า ฝ่ายชายเหมือนเป็นคนเข้ามาในชีวิตคนดูอย่างเรามากกว่า
ส่วนเรามีหน้าที่ที่ดูการเติบโตของฝ่ายหญิง ที่ทั้งสอง ตอนแรกเป็นสาวบ้านนอก ไม่ประสีประสา
แต่เมื่อเข้าสังคมก็ปรับตัวและสามารถใช้ชีวิตได้อย่างดี และเป็นผู้นำด้วยซ้ำ
ทำให้เพศหญิงเป็นเพศที่มีการพัฒนาตัวเองได้เพื่อทุกๆอย่าง มีความพยายามอดทน
ถึงแม้จะเสียเยอะแค่ไหนก็ไม่ยอมแพ้

ทางด้านการเมือง Lust,Caution มีการเมืองเป็นพื้นหลังที่เป็นสาเหตุให้นางเอกพบพระเอก
ที่ไม่รู้ว่าการเมืองช่วงนั้นเป็นอย่างไร เหมือนเป็นแค่ BG เฉยๆไม่ได้เน้น แต่เน้นว่าพระเอกคือตัวเอกนะ
ที่พวกนางเอกต้องเข้ามาฆ่า แค่นั้น

ส่วน summer palace ใช้การเมืองเป็นพื้นหลังที่เป็นสาเหตุให้นางเอกต้องแยกกับพระเอก
เพราะความคึกคะนองไม่รู้ประสีประสาตามประสาวัยรุ่นที่เพื่อนไปกูไปด้วย ขึ้นรถบรรทุกไป
ทำให้ชีวิตของแต่ละคนต้องหนีไปคนละทิศคนละทางและเกิดเหตุจารจลในหมู่นักศึกษา
เหมือน 6 ตุลา บ้านเรา

โจวเหว่ย ต้องไปอยู่ที่เยอรมัน ที่เป็นโลกคู่ขนานแต่สิ่งที่เหมือนกับปักกิ่งคือเสรีภาพ
เยอรมันต้องการทุบกำแพงเบอร์ลิน เหมือนกัน ที่โหลเหย่ ต้องการสร้าง
ส่วนปักกิ่ง ทุกคนก็อยากมีเสรีภาพ
หนังยืดเยื้อเวลาออกมาไปนานมาก ทั้งในตัวหนังประวัติศาสตร์ที่ตั้งแต่ฉันเกิด ปี 1988
จนถึงประมาณปี 2000 กว่าๆได้ เท่ากับชีวิตคนช่วงหนึ่งได้เลย
และนอกหนังที่ดูเหมือนจะจบ แต่ก็ไม่จบซักที ทำให้ลดอารมณ์ที่ดึงใจคนไปได้เยอะพอสมควร

ฉากสุดท้ายที่นางเอกและพระเอกมาเจอกัน จากที่ไม่ได้เจอกันมา 10 กว่าปี(ได้มั้ง)
มันช่างเจ็บปวดและกดดัน ไม่มีคำพูดใดๆออกมาแต่เราก็รู้สึกได้ถึงความรู้สึกที่
หวนกลับไปสมัยยังวัยรุ่น ความเสน่หา หรือ การปล่อยวาง ของนางเอก
มันเจ็บปวดจริงๆนะ

http://www.wexarts.org/wexblog/images/tff03.jpg

แต่ฉันยังเข้าไปไม่ถึงจุดนั้น เพราะคิดว่าการที่นางเอก
หลงรักพระเอกอาจจะไม่ใช่รักแท้ ตามที่คิดนะ
คือเหมือนว่าตัวนางเอกเองต้องการทางเพศมาก
และไม่มีใครทดแทนได้นอกจากพระเอก
จึงคิดว่าพระเอกนั่นแหละเป็นผู้ให้ทุกอย่างทำให้ชีวิตขาดไม่ได้
ต่อให้เลิกกับพระเอกและมีคนอื่นก็ลืมพระเอกไม่ได้ เพราะว่าชีวิตที่ผ่านมา
นางเอกมักจะเป็นฝ่ายปฎิเสธมากกว่าถูกปฎิเสธ และคิดว่าในเวลาขณะนั้นตัวเองได้
เป็นอิสระจากคครอบครัว มีชีวิตที่ทำอะไรก็ได้ในสังคมมหาลัย พระเอกเหมือนเป็นคนในช่วง
เวลานั้นที่มีความสุขก็เหมือนกับตัวแทน เมื่อได้พบพระเอกก็คือมีความสุข ความทรงจำในใจของนางเอก
จึงคิดแต่เรื่องนี้เมื่อคิดแล้วก็จะพบว่า ได้เจอเขาแล้วมีความสุข
จึงอาจจะกลายเป็นความต้องการ มากกว่า ความรัก
เหมือนประโยคที่บอกว่า เราเลิกกันเถอะ เพราะ ฉันขาดคุณไม่ได้
เหมือนกับนางเอกต้องการพระเอกมากเมื่อพูดประโยคนี้และตนเองคิดจะตัดตั้งแต่ต้นแต่ก็ทำไม่ได้
เพราะรู้ตัวเองว่ายังไงก็ตัดไม่ขาด

จนฉากสุดท้ายที่ นางเอกไม่ได้พบพระเอกนานแต่ตลอดเวลาก็เฝ้าเพ้อไปวันๆว่าเขาจะเป็นยังไงบ้าง
แต่พอมาเจอจริงๆแล้ว ความรู้สึกที่คิดถึง เมื่อไม่ได้เจอ กับความรู้สึกที่ได้เจอ
ทำให้เจ็บปวดและนึกถึงวันเก่าๆขึ้นมา  จึงไม่มีคำพูดในฉากนั้นเลย
เน้นสื่ออารมณ์เป็นส่วนใหญ่

โดยรวมหนังดี ในระดับหนึ่ง ที่ควรดู
ปล. ดูจบ เข้าเซเว่น พบว่า มันออก CD แล้ว !!

Journey to the Center of the Earth 3D

posted on 17 Aug 2008 00:10 by doxdoxchan  in movie

Journey to the Center of the Earth 3D

 
http://www.jediyuth.com/gallery/galleries/poster/journeytothecenteroftheearth3dposter02.jpg

 

ส่วนตัวชอบโปสเตอร์แบบนี้มากที่สุด

 

สารภาพ ตามจริง ว่าตอนแรกไม่อยากดูเรื่องนี้เลย จริงๆ
อะไร สะดือ โลก คงจะเป็นหนังผจญภัยธรรมดา ที่สุดท้ายก็จบแบบไม่มีอะไร

แต่ด้วยกระแสจากเมืองนอก บวกกับ ตัวหนังเน้นขายความเป็น 3D มากกว่า 2D
และมีเสียงเล่าลือเสียงเล่าอ้าง มาว่า สนุกมากๆ จากหลายๆฝ่าย
ที่ว่า "ถ้าดู 3D จะสนุกมากกว่า 300 เท่า" (เว่อร์ไปมั๊ย?)

ก็เลย ตีตั๋ว 220 บาท เข้าไปดูแบบใส่แว่นที่ SFW
เสียงลือเสียงเล่าอ้าง ทำพิษกับฉันอีกแล้ว เพราะ การคาดหวัง มากเกินไป
จริงๆแล้ว ถ้าดูแบบปกติ ตัวหนังก็ถือว่าสนุกและสอบผ่านในระดับหนึ่ง
ที่ว่า ตัวละครมีมิติ (อาจจะไม่มากนัก) แต่เนื้อเรื่องต้องการเน้นการผจญภัย
ซึ่งเป็นการผจญภัยแบบไม่ใช่เข้าป่า ลงน้ำ บุกทะเล
เหมือนกับหนังผจญภัย ทั่วไป
แต่นี่เป็นการ ผจญภัย เข้าใปในแก่นของโลก (ถึงจะเรียกสะดือของโลกก็เถอะ)

หนังนอกจากจะได้รับความสนุกแล้ว
ยังมีความสัมพันธ์ของอากับหลาน ที่พ่อหายตัวไป
ทำให้นึกถึง Prison Break นิดหน่อย (เอามาเกี่ยวหมด)
ซึ่งตอนแรก ความสนิทสนมก็อาจจะยังมีน้อย แต่เมื่อได้ผจญภัยด้วยกันก็ดีขึ้น

อันนี้ถ้าคิดลึกเกิน ทำให้นึกถึง ความเจริญในปัจจุบัน
ที่ครอบครัวมักแยกตัวออกไป ตามแบบอเมริกา
ทำให้ความสัมพันธ์ในครอบครัวค่อยๆจางหายไป

The image “http://www.movietrailers.org.uk/wp-content/img/2008/02/journey-to-the-centre-of-the-earth-3d-trailer.jpg” cannot be displayed, because it contains errors.

นอกจากนั้น เพิ่งรู้ว่า ในแก่นโลก
ยังมีอีกโลกนึง? ว้าว จริงๆ 555

หนังสนุก ฮะ ยอมรับ ทำให้เราโอเค ได้ตลอดเวลา
แต่ก็บางช่วงที่ยืดเยื้อเกิน บางคนเกือบหลับได้เหมือนกัน
หรือเพราะสภาพร่างกาย แก่แล้วก็ไม่รู้ 55

หนังขายความเป็น 3D ดังนั้น ถ้าไปดู 3D ก็อาจจะปวดตา
เพราะสีเข้มขึ้น และ subtitles ตัวเล็ก
เห็น Imax พารากอนโฆษณาว่า The Dark Knight ซับใหญ่ขึ้น 5 เท่า
เขาช่างเอามาขายจริงๆ

ส่วน ความเป็น 3D นั้น
หนังก็แอบเน้นที่บางฉาก ถ้าดู 2D ก็จะแอบสงสัยว่า
มันจะเอามาลงทำไมวะ อย่างฉากพระเอกบ้วนปากลงกล้อง
หรือไม่ก็อะไรซักอย่างที่ลอยๆ
แต่ก็ถือว่าโอเค ที่ทั้งเรื่องเป็น 3D
จากเดิมที่เคยสัมผัสการดูหนังที่ใส่แว่นมาจาก Imax หรือไม่ก็ SpyKids ที่ 3D บางฉาก
ไปดูกันได้ ถ้ายังไม่ออกโรง


นางเอกสวยจริง เรื่องนี้